“ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ แต่คือวิถีการใช้ชีวิต” คุยกับผู้ก่อตั้ง Cou Cou ว่าด้วยจุดมุ่งหมายและความเป็นผู้หญิง
เปิดตัวแคมเปญล่าสุดที่ได้ Kiko Mizuhara มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ เพื่อต้อนรับวัน Earth Day อย่างมีสไตล์
Cou Couกำลังต้อนรับฤดูใบไม้ผลิอย่างมีความหมาย แคมเปญล่าสุดในชื่อ “Touching The Earth” คือทั้งบทสดุดีต่อธรรมชาติและคำชวนให้เรากลับมาเชื่อมต่อกับโลกอีกครั้ง เตรียมตัวออกไปสัมผัสผืนหญ้า พร้อมลุคสวยแซ่บไปพร้อมกันได้เลย
นำแคมเปญโดยKiko Mizuhara และถ่ายทำโดยErika Kamano, ถ่ายทอดผ่านบรรยากาศของเมืองOkinawa, โลเกชั่นที่ Mizuhara เลือกด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นที่ที่เธอหัดดำน้ำลึกเป็นครั้งแรก โลเกชั่นนี้ยังต่อยอดธรรมเนียมของ Cou Cou ในช่วงEarth Dayที่โฟกัสสถานที่ซึ่งงดงามตามธรรมชาติและมีความหมายเชิงส่วนตัว ผูกแต่ละดร็อปเข้ากับสิ่งที่ลึกกว่าความสวยงามภายนอก
หัวใจของการเปิดตัวครั้งนี้คือ The Fleur Collection การเดบิวต์คอลเล็กชันที่มาพร้อมซิลูเอตพลิ้วเบาได้แรงบันดาลใจจากวินเทจ ประดับ Leavers Lace ลูกไม้เทคนิคดั้งเดิมจากฝรั่งเศสอายุกว่าหลายศตวรรษ ผลลัพธ์คือชิ้นงานสัมผัสนุ่มละมุนแต่ดีเทลเฉียบ ให้ฟีลโรแมนติกโดยไม่ทิ้งความคมคูล
ความยั่งยืน, เหมือนเช่นเคย คือสิ่งที่ไม่มีวันต่อรองได้ ทุกชิ้นตัดเย็บจากคอตตอนออร์แกนิก 100% ระบายอากาศได้ดี ย่อยสลายได้ และสอดคล้องกับแนวคิดการผลิตอย่างรับผิดชอบตามมาตรฐาน B Corp ของแบรนด์ และยังไม่หมดแค่นั้น ในวันที่ 22 เมษายน Cou Cou จะมอบรายได้ทั้งหมดให้กับMarine Conservation Institute, ตอกย้ำพันธกิจในการปกป้องดาวเคราะห์ดวงนี้ที่เราเรียกว่าบ้าน
ตลอดสองสามปีที่ผ่านมา Cou Cou กลายเป็นแบรนด์พลังแรงที่น่าจับตา คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อมองย้อนกลับไปถึงทุกอย่างที่ทำสำเร็จกับแบรนด์นี้?
เอาจริง ๆ มันยังรู้สึกไม่ค่อยจริงอยู่เลย มีหลายครั้งที่ต้องหยิกตัวเองว่ามันเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า แต่ในอีกมุมก็ยังรู้สึกเหมือนเป็นแค่จุดเริ่มต้น ฉันเริ่มต้น Cou Cou เพราะมีชิ้นที่ตัวเองอยากใส่แต่ไม่มีอยู่ในตลาด: อินทิเมตและเบสิกคอตตอนออร์แกนิกสำหรับทุกวัน ที่ผ่านการออกแบบอย่างใส่ใจ และออกแบบโดยผู้หญิงเพื่อรูปร่างผู้หญิง ชิ้นที่ทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจและสบายในตัวเองทุก ๆ วัน
สิ่งที่มีอยู่ตอนนั้นฉันไม่รู้สึกอินด้วยเลย มันไม่โปร่งใส ดูเป็นแบรนด์ใหญ่ที่น่าเบื่อ หรือยึดติดกับภาพผู้หญิงแบบเก่า ๆ ที่ฉันไม่รู้สึกเชื่อมโยงอีกต่อไป ฉันเลยอยากสร้างอะไรบางอย่างที่ตัวเองรู้สึกมีส่วนอยู่จริง ๆ แบรนด์ที่สะท้อนคุณค่าของฉันและโลกแบบที่ฉันอยากใช้ชีวิตอยู่ ฉันคิดว่า Cou Cou กลายเป็นเหมือนภาษาลัดของความเป็นผู้หญิงแบบใหม่ มันไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือวิธีการใช้ชีวิต เวลาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่ Cou Cou คุณจะสัมผัสได้เลยว่าเธอเป็นคนแบบไหนและให้คุณค่ากับอะไร
ฉันไม่เคยอินกับแฟชั่นเป็นพิเศษ สิ่งที่หลงใหลคือปรัชญาและวรรณกรรม และเคยคิดว่านั่นแหละคือเส้นทางของตัวเอง แต่แน่นอนว่าเรายังต้องแต่งตัวทุกวัน และฉันก็รับรู้เสมอว่าเสื้อผ้าที่ใส่ส่งผลต่อความรู้สึกต่อตัวเองยังไง ถึงจะชื่นชมงานฝีมือมากแค่ไหน สุดท้ายฉันแค่อยากได้ชิ้นที่ใส่ง่าย ผ่านการคิดมาแล้ว และซื่อสัตย์กับตัวตนของฉัน ตั้งแต่แรกเริ่มฉันทำในสิ่งที่ตัวเองอยากใส่ สร้างแคมเปญที่ตัวเองอยากเห็น แล้วหวังว่ามันจะไปตรงใจผู้หญิงคนอื่นที่คล้ายกัน เพราะในแก่นแท้แล้ว ฉันเองนี่แหละคือ Cou Cou girl
ดังนั้นใช่ค่ะ ฉันรู้สึกขอบคุณมาก แต่มันก็เกิดขึ้นจากสิ่งที่จริงมากเหมือนกัน ฉันคงไม่เริ่มทำถ้ารู้สึกว่าแค่กำลังเพิ่มสินค้าอีกกองหนึ่งให้โลก มันต้องมีอะไรที่จริงจังและมีความหมายเพิ่มเข้าไป แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ก็ตาม
เล่าให้ฟังเพิ่มได้ไหมว่าแรงบันดาลใจและเรฟเฟอเรนซ์เบื้องหลังแคมเปญและคอลเล็กชันนี้คืออะไรบ้าง บนมู้ดบอร์ดของคุณมีภาพแบบไหน?
เราไม่ได้คิดทุกอย่างเป็น “คอลเล็กชัน” ขาดจากกันแบบนั้นเท่าไร เราโฟกัสกับชิ้นที่ใส่ได้ทุกฤดูกาลและใช้ได้ทุกวันมากกว่า แต่ชิ้นเหล่านี้คือบทสดุดีสำหรับของรักที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น และงานฝีมือที่ทำอย่างมีสติ มู้ดบอร์ดถูกสร้างจากชิ้นที่ฉันเก็บสะสมมาหลายปีในFrance, จากตลาดของเก่าและมาร์เก็ตเล็ก ๆ คือเสื้อผ้าคอตตอนสวย ๆ ที่อยู่มาหลายสิบปี คุณจะสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในทุกอย่าง ตั้งแต่เนื้อผ้า ทรง แพตเทิร์น ไปจนถึงลูกไม้และดีเทลเล็กจิ๋วทุกจุด การให้ความสำคัญแบบนี้ฉันว่าทุกวันนี้เริ่มหาดูได้ยาก และนั่นคือสิ่งที่เราอยากดึงกลับมาใส่ใน Cou Cou
หัวใจของดร็อปนี้คือ Leavers lace แบบสั่งทอพิเศษที่เราพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งถือเป็นงานคราฟต์ที่กำลังจะเลือนหาย มันถูกผลิตด้วยเครื่องโบราณที่ยังต้องควบคุมด้วยมือทีละชิ้นในจำนวนเล็กมาก เราร่วมงานกับโรงงานเล็ก ๆ ริมชายฝั่งฝรั่งเศสในการสร้างมันขึ้นมา นั่นจึงทำให้ทุกชิ้นลิมิเต็ดมาก ดังนั้นชิ้นต่าง ๆ ในดร็อปนี้จึงพูดถึงทั้งการเป็นของรักล้ำค่า และการสร้างสรรค์อย่างช้า ๆ ด้วยความใส่ใจ มันรู้สึกเหมือนเป็นการแสดงตัวตนของแบรนด์ในเวอร์ชันที่บริสุทธิ์มาก แคมเปญนี้ใช้ชื่อว่า “Touching the Earth” ได้แรงบันดาลใจจากบทความของbell hooksที่ฉันไม่เคยลืมเลย เธอเขียนไว้ว่า “เมื่อเรารักโลก เราก็จะรักตัวเองได้อย่างเต็มที่มากขึ้น” และสายใยระหว่างระบบนิเวศกับตัวตนนั้นรู้สึกสอดคล้องกับโปรเจ็กต์นี้มาก Erika กับฉันเห็นภาพชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นเลย
The Rina ใช้เวลาพัฒนานานถึง 18 เดือน กระบวนการออกแบบและสร้างสรรค์ชิ้นงานแบบนี้ต้องมีอะไรบ้าง?
มันเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ เลย คือฉันอยากได้เสื้อแขนยาวที่ใส่ได้ทุกวันแบบไม่ต้องคิดมาก แต่ยังดูน่ารักและมีความเฟมินีนอยู่Jane Birkinคือมิวส์ตลอดกาลของฉัน เธอมีบางอย่างที่เป็นธรรมชาติ ไม่พยายาม และขี้เล่น ทุกอย่างดูไม่โอเวอร์เลย เราอยากเก็บความรู้สึกนั้นมาใส่ในชิ้นนี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ยิ่งอะไรดูง่าย ยิ่งทำให้เป๊ะยาก The Rina กลายเป็นซิลูเอตซิกเนเจอร์ของเรา ด้วยคอเว้าโค้งและแขนระฆัง ซึ่งกว่าจะหาสัดส่วนที่ลงตัวอย่างเส้นโค้งของคอเสื้อได้ ใช้เวลานานมาก เราเคยเกือบถอดใจไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ดีใจมากที่ไม่ยอมแพ้ ฉันเลยได้ใส่มันซ้ำ ๆ
อีกส่วนสำคัญของกระบวนการออกแบบคือการใส่มันจริง ๆ ไม่ใช่แค่ลองดูฟิตติ้งในสตูดิโอ แต่คือใช้ชีวิตอยู่ในเสื้อตัวนี้ ใส่ทั้งวัน แบ่งให้เพื่อนลอง แล้วถามกันว่า “เราใส่แล้วรู้สึกยังไง?” เพราะสำหรับเรา มันไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา แต่คือความรู้สึกที่มันมอบให้จริง ๆ และพอคุณใส่ The Rina จะรู้สึกถึงความเบาสบาย เหมือนเป็นตัวเองมากขึ้น คลี่คลายขึ้น ขี้เล่นขึ้นนิดหนึ่ง นั่นแหละคือสิ่งที่เราตามหา
ช่วยเล่าหน่อยได้ไหมว่า Cou Cou girl ในอุดมคติของคุณเป็นแบบไหน?
เธอคือคนที่กำลังเดินทางไปสู่ตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง เธอใฝ่รู้ อ่อนโยน และเชื่อมโยงกับโลกภายในของตัวเอง แต่ก็ไม่ตัดขาดจากโลกภายนอก เธอมีความทะเยอทะยาน เป็นคนช่างฝัน แต่ไม่วิ่งไล่ตามสิ่งใหม่ตลอดเวลา เธอเข้าใจว่าชีวิตคือวิธีที่เราใช้วันนี้นี่แหละ… และทุกวันก็สมควรคู่กับชิ้นโปรด ไม่ใช่รอแค่วันพิเศษ หนึ่งในเจตนาของ Cou Cou คืออยากช่วยให้ผู้หญิงรู้สึกสบายขึ้นกับประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของตัวเอง รู้สึกเป็นตัวของตัวเองและอยู่กับปัจจุบันได้มากขึ้น เลิกติดกรอบความคิดแบบ “เดี๋ยวฉันจะรู้สึกดีเมื่อ…” Cou Cou girl ไม่ได้ต้องเพอร์เฟ็กต์ เธอกำลังเติบโตไปสู่ความเป็นตัวเองเรื่อย ๆ
ทำไมถึงเลือก KikoMizuharaมาร่วมเปิดตัวแคมเปญนี้?
Kiko สนับสนุนแบรนด์เรามาตั้งแต่วันแรก ซึ่งมีความหมายกับเรามากอยู่แล้ว และเรายังมีคุณค่าร่วมกันจริง ๆ เธอมีแบรนด์สกินแคร์แนวธรรมชาติ ในขณะที่ Cou Cou ยืนบนฐานคอตตอนออร์แกนิก เราเลยแชร์มุมมองเรื่องความเรียบง่ายและความตั้งใจได้อย่างลงตัว สำหรับแคมเปญนี้ ส่วนหนึ่งคือไอเท็มฤดูใบไม้ผลิที่เป็นบทสดุดีต่องานคราฟต์ที่ทำอย่างมีสติ อีกส่วนคือกิจกรรม Earth Month ประจำปีของเรา ทุกปีในวัน Earth Day เราจะชวน Cou Cou girl พาเราไปยังสถานที่ธรรมชาติที่งดงามและมีความหมายลึกซึ้งสำหรับเธอ ไอเดียคืออยากสร้างความเชื่อมโยงและความซาบซึ้ง เพราะฉันไม่คิดว่าผู้คนจะเปลี่ยนจากความกลัว แต่เขาเปลี่ยนเมื่อรู้สึกบางอย่างจริง ๆ Okinawa คือสถานที่นั้นสำหรับ Kiko เป็นที่ที่ความสัมพันธ์ของเธอกับธรรมชาติเปลี่ยนไปอย่างแท้จริง พอ Erika กับฉันคุยกับเธอเรื่องโปรเจ็กต์นี้ ทุกอย่างก็ลงล็อกทันที
ถ้าให้วาง “กฎ 5 ข้อของชีวิตดี ๆ” คุณจะตั้งว่าอะไรบ้าง?
1. ศึกษา ศึกษา ศึกษา – ดูแล “สวนในใจ” ให้เติบโต เดินตามความสงสัยใคร่รู้ของตัวเอง ตามที่ Bertrand Russell บอกไว้ว่า “ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความรัก และขับเคลื่อนด้วยความรู้”
2. วิธีที่คุณใช้ชีวิตวันนี้ ก็คือวิธีที่คุณใช้ชีวิตทั้งชีวิตนั่นแหละ
3. จำไว้: ไม่มีใครคิดถึงคุณขนาดนั้น ยายของฉันชอบพูดว่า “เลิกกังวลได้แล้วว่าคนอื่นคิดยังไงกับเธอ เพราะจริง ๆ แล้วไม่มีใครคิดถึงเธอหรอก” ฟังดูแปลก ๆ แต่มันปลดล็อกได้มาก
4. ทำงานให้ดี ทำงานที่ดีที่สุดด้วยความใส่ใจ งานที่มีความหมายกับคุณ และเชื่อว่างานของคุณสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง
5. ดูแลตัวเอง ดูแลคนรอบข้าง และดูแลโลก “เมื่อเรารักโลก เราก็จะรักตัวเองได้อย่างเต็มที่มากขึ้น” ตามคำของ bell hooks
ไอเท็มโปรดจาก The Fleur Collection คือชิ้นไหน และคุณสไตล์มันยังไง?
พักหลังฉันใส่ Fleur top บ่อยมาก ทั้งสีขาวและสีดำ สลับกันไปตามมู้ดของวัน ฉันเป็นคนแต่งตัวเร็วและไม่ค่อยพิถีพิถันเรื่องสไตลิ่งมากนัก เลยแค่คว้าเสื้อตัวนี้มาใส่กับยีนส์วินเทจ 501 คู่กับรองเท้าบัลเลต์ หรืออีกลุคที่ชอบคือจับกระโปรงชั้นในพลิ้ว ๆ คู่กับเสื้อยืดวินเทจ ฟีลสนุกมาก
อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดของการได้ขับเคลื่อนแบรนด์ Cou Cou?
ฉันไม่ได้มาจากสายธุรกิจหรือการตลาด เลยต้องเรียนรู้ใหม่ทุกวัน การทำแบรนด์ค่อนข้างเข้มข้นในแง่การเติบโตของตัวเอง เพราะมันสะท้อนอะไรหลายอย่างกลับมาหาคุณ แต่ฉันชอบตรงนี้นะ รู้สึกว่าตัวเองกำลังพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และอีกอย่างคือเรื่องของผู้คน Cou Cou ดึงดูดผู้หญิงที่คิดลึก ใส่ใจ และกำลังเดินทางสู่ความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกโชคดีมากที่ได้โอบล้อมอยู่กับพลังแบบนั้น ทั้งจากทีมของฉันเองและผู้หญิงที่เราได้ร่วมงานด้วย



















