Marine Serre ต่อยอดคอลเล็กชัน “The Grace of Time” รับซีซัน FW26
ท่ามกลางตารางงานแน่นขนัดของ Paris Fashion Week เราแวะไปที่สำนักงานใหญ่ของ Marine Serre เพื่อเจาะลึกแรงบันดาลใจและรายละเอียดคอลเล็กชันประจำซีซันนี้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่เราเฝ้าติดตามMarine Serreบนเส้นทางอาชีพของเธอ เราได้เห็นเธอทำงานกับผ้าอัปไซเคิลเหรียญและนาฬิกา ไปจนถึงการจัดแฟชั่นโชว์แบบ“zero-waste” อย่างเต็มรูปแบบ ขึ้นมาในช่วงParis Fashion Week. ล่าสุด ดีไซเนอร์ผู้ยึดแนวคิดความยั่งยืนก็หันโฟกัสไปยังสิ่งที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่าเดิม: ตัวพิพิธภัณฑ์ Louvre จริง ๆ
ท่ามกลางความวุ่นวายจอแจของสัปดาห์แฟชั่น เราแวะไปที่สำนักงานใหญ่ของ Marine Serre ซึ่ง Serre นำเสนอคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 “The Grace of Time” ที่ในข่าวประชาสัมพันธ์นิยามไว้ว่าเป็น “การภาวนาใคร่ครวญถึงเวลา งานฝีมือ และความต่อเนื่อง” ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความทรหดและการดำรงอยู่ยืนยาวของเสื้อผ้า ว่าจะมีชีวิตต่อและแปรเปลี่ยนได้อย่างไร
ด้วยเหตุผลส่วนหนึ่งนี้เอง ดีไซเนอร์จึงตัดสินใจออกจากกรอบรันเวย์แบบดั้งเดิมในซีซันนี้ “ที่นี่ แฟชั่นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วงเวลาฉาบฉวย แต่เพื่อความยั่งยืนยาวนาน” แถลงข่าวระบุไว้ และ Serre ยังบอกกับ Hypebae ว่า “ฉันอยากโฟกัสที่ตัวเสื้อผ้าจริง ๆ ที่ทุกรายละเอียดและโครงสร้างเหมือนสถาปนิก ฟอร์แมตนี้ยังสอดรับได้อย่างดี กับการที่ฉันกำลังร่วมงานกับ Louvre ด้วย”
สถาบันระดับตำนานเช่นนี้อาจดูเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างสุ่ม เมื่อมองว่าจุดสนใจของที่นั่นไม่ได้อยู่ที่วัตถุเก็บตกเป็นหลัก แต่ Serre ก็มีเหตุผลที่ฟังขึ้นมากในการเลือกให้ Louvre เป็นแกนหลักของ FW26 “ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ของปีเดินเตร่อยู่ใน Louvre จริง ๆ แล้วก็คิดว่า จะมีอะไรงดงามไปกว่าการสร้างภาพวาดขึ้นจากเสื้อผ้าบ้างไหม?”
ผลลัพธ์ของการคอลแลบคือทั้งหมดห้าลุค โดยแต่ละลุคหยั่งรากในจิตวิญญาณแบบโอตกูตูร์ หากคุณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเลยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็น่าจะได้เห็นหนึ่งในชิ้นเด่นจากคอลเล็กชัน Louvre กันแล้ว: เดรส Mona Lisa แต่เรื่องราวเบื้องหลังนั้นยิ่งน่าทึ่งกว่าที่เห็นเสียอีก ในฐานะดีไซเนอร์คนแรกที่ได้รับสิทธิ์จาก Louvre ให้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นใหม่ ถือเป็นอีกหมุดหมายพิเศษในอาชีพของ Serre
“เดรสตัวนี้ แท้จริงแล้วคือจิ๊กซอว์ภาพ ‘La Joconde’ ของ Leonardo DaVinci” ดีไซเนอร์เล่าให้เราฟัง “เป็นจิ๊กซอว์เต็มผืน ช่วงล่างเป็นสีน้ำตาลทั้งแถบ ตรงกลางเป็นสีเบจทั้งหมด และด้านบนเป็นสีเขียวทั้งหมด ฉันอยากสร้างความรู้สึกสองด้านภายในตัวจิ๊กซอว์ เพราะโดยมากเรามักเห็นมันแบบราบในมิติ 2D แต่ชิ้นนี้จะถูกสวมเป็น 3D รอบร่างกาย เราจึงพรมน้ำให้จิ๊กซอว์เพื่อให้ขึ้นทรงไปกับเรือนร่าง แล้วค่อยเย็บด้วยด้ายสีน้ำตาล ขาว และเขียว”
ถ้าคิดว่าชิ้นนี้จะเป็นผลงานชิ้นเดียวที่พิถีพิถันและไม่เหมือนใครในคอลเล็กชัน ก็บอกได้เลยว่าคิดผิด ถัดจากเดรส Mona Lisa ยังมีผลงานโอตกูตูร์ชิ้นเด่นของ Serre: เดรสคอร์เซตที่ประดับด้วยหลอดสีน้ำมันใช้แล้วเต็มตัว
“ฉันอยากทำชิ้นโอตกูตูร์ขึ้นมาเพื่อ Louvre โดยเฉพาะ” Serre เล่า พร้อมอธิบายกระบวนการอย่างละเอียด “ฉันใช้เดดสต็อกที่นำมาอัปไซเคิล สร้างเป็นเหมือนเกราะ ขั้นแรกเราตอกหลอดสีให้แบนสนิท จากนั้นสร้างชั้นฐานหลากสี แล้วจึงค่อยปักหลอดสีลงไปทีละหลอดบนคอร์เซตด้านใน มันเป็นงานที่เหนื่อยมากจริง ๆ แต่เรามีความสุขสุด ๆ”
พูดถึงการตัดสินใจเลือกใช้หลอดสี Serre อธิบายว่า “อย่างที่คุณรู้กัน Marine Serre มักทำงานกับวัสดุที่แทบไม่มีมูลค่า เพื่อมอบมุมมองใหม่ให้คุณ มันคือการหยิบจับสิ่งที่ไม่มีความเป็นลักชัวรีเลย แล้วมองดูว่ามันจะกลายเป็นความหรูหราได้อย่างไร”
ควบคู่ไปกับชิ้นโอตกูตูร์ คอลเล็กชัน FW26 ของ Serre ยังพารีเทิร์นกลับมาที่ลายพระจันทร์เสี้ยวซิกเนเจอร์ จับคู่ผ้าเทคนิคัลสปอร์ตแวร์และดีเทลเนื้อสัมผัส เข้ากับผ้าไหมอัปไซเคิล ทีเชิ้ตรีไซเคิล และเสื้อผ้าเพอร์ฟอร์แมนซ์ เดรสแนบเนื้อ แคตสูทรัดรูป บรา และเลกกิ้ง คือองค์ประกอบที่เหลือของคอลเล็กชัน สะท้อนพัฒนาการของแบรนด์ Marine Serre ผลลัพธ์สุดท้ายจึงออกมาในโทนต่อต้านกระแส เน้น “ความเป็นผู้หญิงร่วมสมัยที่ฝังรากในกาลเวลา ไม่ใช่ในเทรนด์” ตามหมายเหตุคอลเล็กชันระบุ
สำหรับสิ่งต่อไปของ Serre ยังเดาได้ยาก “ยังมีอีกเยอะที่ฉันไม่เคยลอง” คือประโยคส่งท้ายอันเป็นที่จดจำที่เธอฝากไว้กับเรา ดูแล้วคงต้องรอติดตามกันต่อไป…



















