ดีเจสุดเท่ที่ต้องมีในเพลย์ลิสต์ซัมเมอร์นี้
ตั้งแต่สายอันเดอร์กราวด์ที่คุมฟลอร์ทั้งคลับ ไปจนถึงเฮดไลเนอร์ตามเฟสติวัลระดับโลก
แนวหน้าของยุคถัดไปแห่งดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยดีเจผู้หญิง ควียร์ และนอนไบนารีรุ่นใหม่ดีเจที่เข้ามาเขย่าวัฒนธรรมใหม่หมดจดด้วยซาวด์กล้าได้กล้าเสียและมุมมองไม่เหมือนใคร ตั้งแต่สายอันเดอร์กราวด์ที่ผลักดันคลับซาวนด์สายทดลอง ไปจนถึงเฮดไลเนอร์ตามเฟสติวัลระดับโลก ศิลปินเหล่านี้กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าอนาคตของวัฒนธรรมดีเจจะต้องหลากหลาย ทลายทุกกรอบ และเท่แบบไม่ต้องสงสัย
ไม่ว่าจะเป็น house, techno, jungle, garage และอีกมากมาย ดีเจตัวท็อปแห่งยุคนี้ไม่ได้แค่เปิดเซ็ตเด่น ๆ เท่านั้น แต่ยังสร้างคอมมูนิตี้ นิยามหน้าตาใหม่ให้กับวัฒนธรรมคลับ และจองพื้นที่ให้ตัวเองผ่านสไตล์และคาแรกเตอร์สุดจัด ไม่ว่าจะเป็นมิกซ์ที่ข้ามทุกเส้นแบ่งของแนวเพลง หรือเอเนอร์จี้หลังเครื่องเทิร์นเทเบิลที่ดึงดูดทุกสายตา ศิลปินเหล่านี้คือคนที่กำลังกำหนดจังหวะต่อไปของวงการ
Siobhan Bell
ดีเจสายเลือดอังกฤษ Siobhan Bell คือพลังเดือดประจำซีนคลับตัวจริง ศิลปินคนนี้เคยขึ้นเล่นให้ Megan The Stallion ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต และร่วมงานกับ Karl Lagerfeld, อีกทั้งยังเป็นตัวท็อปประจำย่าน East London ในคลับซีน ถ้าใครได้ไปฟังเธอเล่นสดมาแล้ว ต้องบอกเลยว่าเราอิจฉาสุดใจ
Serenda

Serenda คือดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวลอนดอนเชื้อสาย Guyanese-กรีก เซ็ตของเธอหยั่งรากใน house music ผสมจังหวะโซลฟูลกับความทดลองได้อย่างไหลลื่น เสมอด้วยวิสัยทัศน์ชัดเจน แถมยังเป็นขาประจำที่ Fabric ใน London และมีรายการประจำรายเดือนทาง Rinse FM อีกด้วย นอกจากนี้ Serenda ยังได้รับแรงบันดาลใจอย่างลึกซึ้งจากเมือง New York. อย่าลืมไปฟัง EP ลำดับที่สองของเธอ “Second Skin”
Carlita
Carlita คือดีเจและโปรดิวเซอร์เชื้อสายตุรกี-อิตาเลียนจาก Istanbul ด้วยพื้นฐานนักเชลโลคลาสสิกและความเป็น multi-instrumentalist (กลอง เบส และกีตาร์ไฟฟ้า) เธอทดลองผสมผสานเครื่องดนตรีสดกับอิเล็กทรอนิกในงานโปรดักชันของตัวเอง ใช้ทั้งซินธิไซเซอร์ ซาวนด์แซมเปิล และเสียงที่อัดระหว่างการเดินทาง อิทธิพลของเธอกว้างตั้งแต่ Turkish psychedelia ไปจนถึง rock ดึงทุกวัฒนธรรมและซาวนด์ให้กลายเป็นบีตอิเล็กทรอนิกจัดจ้าน และนอกเหนือจากโลกดนตรี เธอยังเป็นขาประจำแถวหน้าของวงการแฟชั่นระดับโลก เข้าร่วมแฟชั่นโชว์ของแบรนด์อย่าง Rick Owens, แถมยังเคยขึ้นเล่นให้แบรนด์อย่าง YSL ที่ Madrid และ GCDS ที่ Milan. ซัมเมอร์นี้ตารางเฟสติวัลของเธอแน่นเอี้ยด ใครตามทันก็อาจได้เจอเธอแบบตัวเป็น ๆ
Softest Hard
Photo: Coughs
Softest Hard เป็นโปรดิวเซอร์และดีเจเชื้อสาย Vietnamese-American ที่ปัจจุบันประจำอยู่ที่ LA. เธอเคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมากมาย อาทิ Kali Uchis และล่าสุดคือ วงการ K-pop กับเกิร์ลกรุ๊ป กลุ่ม LE SSERAFIM ในซิงเกิลล่าสุด “Celebration” ของพวกเธอ Softest Hard เคยเล่าว่าชื่อของเธอสะท้อนทั้งตัวตนและสไตล์ดนตรี ที่มีทั้งด้านละมุนละไมและเปลือกนอกสุดแข็งแกร่ง เราแทบรอไม่ไหวแล้วว่าจะมีคอลแลบต่อไปกับใครอีก
Chloé Caillet
สไตล์ของ Chloé Caillet ที่ชัดเจนโดดเด่น ยืนอยู่ตรงจุดตัดของดนตรี แฟชั่น และวัฒนธรรมควียร์ เธอกลายเป็นชื่อที่ต้องจับตามองในไนต์ไลฟ์ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ด้วยเซ็ตที่ลื่นไหลไร้ขอบเขตแนวเพลง ผสม house, techno และอิทธิพลแบบ Balearic ถ้าอยากดูเธอเล่นสดในซัมเมอร์นี้ Caillet มีคิวขึ้นเล่นที่ AVA Festival ที่ Belfast รีบคว้าตั๋วไว้ก่อนจะหมดจะดีที่สุด
Sky Jetta

Sky Jetta เป็นศิลปินจาก Detroit ที่ขึ้นชื่อเรื่องซาวนด์ลื่นไหลฝังรากในดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ หลายคนอาจคุ้นเธอจากเซ็ต elevator music ที่กลายเป็นไวรัลและสไตล์แฟชั่นสุดจัดของเธอ นอกจากนี้ Jetta ยังเคยร่วมงานกับศิลปินระดับท็อปอีกเพียบ อย่างเช่น Charli XCX และ Rico Nasty, รวมถึงเคยขึ้นเวทีร่วมกับ Eminem และ Big Sean.
Honey
Honey คือดีเจที่ขยับเกมไปไกลกว่าหลังดีเจบูธ เธอก่อตั้ง Club Honey Records ในปี 2025 เลเบลดนตรีที่ขับเคลื่อนโดยผู้หญิง มีมิชชั่นในการส่งพลังให้ครีเอเตอร์หญิงเจเนอเรชันใหม่ทั้งในดนตรี แฟชั่น และไนต์ไลฟ์ ด้วยรากฐานจากคอมมูนิตี้และความอินคลูซีฟ Honey กำลังพาคลื่นลูกใหม่ถาโถมเข้าสู่วงการดนตรีแดนซ์และไกลกว่านั้น
Eli & Fur
Eli & Fur คือดูโอ้ดีเจสายอิเล็กทรอนิกจาก London ประกอบด้วย Eliza Noble และ Jennifer Skillman ที่หลายคนเรียกว่าเป็น “platonic soulmates” พวกเธอปล่อยผลงานต่อเนื่องมากว่าสิบปีแล้ว ทั้งขึ้นเล่นเวทีใหญ่ระดับ Coachella ไปจนถึงเบสเมนต์ลับสำหรับสายอินไซเดอร์ อีกทั้งยังโลดแล่นในวงการแฟชั่นอยู่เป็นประจำ เคยร่วมงานกับแบรนด์ดังอย่าง YSL, Stella McCartney และ Dior. ตอนนี้ Eli & Fur กำลังเตรียมปล่อย EP ล่าสุดในวันที่ 5 มิถุนายน อย่าลืมรอติดตามกันให้ดี



















