นานๆ ทีจะมีสักเหตุการณ์หนึ่งที่เปลี่ยนบทสนทนาในวงการบิวตี้ไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ Fenty Skin, Huda Beauty และ Glow Recipe พบว่าแบรนด์ของตัวเองต่างเตรียมเปิดตัวแผ่นมาสก์ใต้ตาแบบสไลซ์เองได้ที่หน้าตาเหมือนกันอย่างน่าประหลาดใจ ชาวเน็ตก็รีบตั้งคำถามทันทีว่าวงการสกินแคร์นั้นมีนวัตกรรมที่แท้จริงมากแค่ไหน แม้จะมีการโปรโมตอยู่บ่อยครั้งก็ตาม
ในหมวดหมู่สินค้าที่มีการแข่งขันสูง เคลื่อนไหวเร็ว และให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์เฉพาะตัว แพ็กเกจจิ้งที่เหมือนกันเป๊ะย่อมทำให้แฟนๆ สายบิวตี้เลิกคิ้วสงสัยอย่างแน่นอน หลังจากที่มีการถกเถียงกันบนโลกออนไลน์ Huda Kattan จาก Huda Beauty ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “ฉันคิดว่ามันชัดเจนมากเลยนะว่าพวกเราโดนซัพพลายเออร์แพ็กเกจจิ้งเจ้าเดียวกันเล่นงานเข้าให้แล้ว สูตรน่ะต่างกัน แต่พวกเราถูกโกหกเรื่องสิทธิพิเศษจากซัพพลายเออร์แพ็กเกจจิ้ง บ้าไปแล้วจริงๆ”
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม แบรนด์เคบิวตี้อย่าง Wonder Bath ได้เปิดตัว Slice Serum Eye Patches ซึ่งมีกลไกการสไลซ์แบบเดียวกับที่แบรนด์ทั้งสามจะนำมาเป็นทีเซอร์ในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการลอกเลียนแบบที่แพร่หลายในโลกความงาม ผู้เชี่ยวชาญบอกกับ Hypebae ว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์มักไม่ตรงไปตรงมาอย่างที่ผู้บริโภคเข้าใจ “หนึ่งในความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดของผู้บริโภคเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์คือการคิดว่าการวางขายเป็นเจ้าแรกหมายความว่าคุณเป็นคนพัฒนาเป็นคนแรก ซึ่งมันไม่ใช่เลย ผลิตภัณฑ์อาจอยู่ในขั้นตอนการพัฒนามานานถึง [up to] 24 เดือนก่อนที่ผู้บริโภคจะได้เห็น และหลายๆ แบรนด์ก็อาจกำลังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ แบบเดียวกันนี้ในช่วงเวลาเดียวกันก็ได้” Allyse Cirillo ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SAINT JŌ กล่าว
View this post on Instagram
ด้วยเหตุนี้ Cirillo จึงเชื่อว่าการด่วนสรุปว่า Wonder Bath เป็นต้นตำรับของแพ็กเกจจิ้งนี้เพียงเพราะว่าแบรนด์เปิดตัวก่อนนั้นดูจะเป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไป ในฐานะผู้บริโภค เรามักจะไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังทั้งหมด แฟนบิวตี้หลายคนจึงมักจะเติมเต็มช่องว่างด้วยการตีความเอาเอง “เมื่อแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักสามแบรนด์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่แพ็กเกจจิ้งเหมือนกันเป๊ะๆ ในเวลาไล่เลี่ยกัน สิ่งที่โซเชียลมีเดียจะคิดเป็นอันดับแรกก็คือ ‘ใครก๊อปใคร?’ แต่ความเป็นจริงของการพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นอาจไม่ได้ดราม่าขนาดนั้น” Cirillo กล่าวเสริม “การใช้ซัพพลายเออร์เดียวกัน แพ็กเกจจิ้งสำเร็จรูป กรอบเวลาการพัฒนาที่ทับซ้อนกัน และเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ ล้วนส่งผลให้แบรนด์ต่างๆ ไปถึงจุดเดียวกันได้โดยไม่ได้ตั้งใจ”
เคบิวตี้มีบทบาทสำคัญต่อความต้องการทั้งเมกอัปและสกินแคร์ในชาติตะวันตกอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ใน Instagram หลายคนจึงเริ่มอ้างว่าแบรนด์เกาหลีต่างหากที่เป็นต้นตำรับของแพ็กเกจจิ้งแบบสไลซ์เอง สำหรับ Kira Piskalova ผู้ร่วมก่อตั้ง Beyond Facials มองว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนกว่านั้น “Samhwa ผู้ผลิตแพ็กเกจจิ้งสัญชาติเกาหลี ถือสิทธิบัตรบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางแบบหมุนและบด และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แผ่นมาสก์ใต้ตาไฮโดรเจลแบบฝนและตัดที่มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก นั่นชี้ให้เห็นว่ากลไกที่เกี่ยวข้องนี้มีอยู่แล้วในระบบนิเวศแพ็กเกจจิ้งของเกาหลีที่กว้างกว่า มากกว่าที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์บิวตี้เพียงแบรนด์เดียวในตอนเปิดตัว” เธอกล่าวกับ Hypebae
อย่างไรก็ตาม ตัวแพ็กเกจจิ้งแบบสไลซ์เองอาจไม่ได้เป็นนวัตกรรมใหม่ที่พลิกวงการอย่างที่หลายคนถกเถียงกันในโลกออนไลน์ ในความเป็นจริง การถกเถียงส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ว่าแบรนด์ใดเป็นผู้เปิดตัวแพ็กเกจจิ้งก่อน มากกว่าจะเป็นเรื่องของนวัตกรรมกลไกนั้นๆ “ฉันคิดว่าท้ายที่สุดแล้วผู้บริโภคหลายคนก็จะมูฟออน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรูปแบบนี้กลายเป็นเรื่องปกติ และผลิตภัณฑ์สร้างความแตกต่างด้วยสูตร คำเคลม และประสิทธิภาพ ขวดปั๊มสุญญากาศเป็นตัวอย่างที่ดี จากที่เคยทำการตลาดว่าเป็นประสบการณ์ระดับพรีเมียม ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องปกติในสกินแคร์ทั้งระดับเพรสทีจและแมสแมสเกต และรู้สึกแปลกใหม่น้อยลง” Piskalova กล่าว
ในโลกโซเชียลมีเดียที่เน้นภาพลักษณ์เป็นหลัก ลูกเล่นต่างๆ มักดึงดูดความสนใจได้มากกว่าตัวสูตรเอง ดังนั้น แม้ผู้บริโภคจะมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น แต่การแข่งขันเพื่อดึงยอดคลิกก็ดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น “ฉันอยากจะเตือนให้ระวังเรื่องการด่วนสรุปว่า [the self-cutting mechanism] ความแปลกใหม่จะหมายถึงประสิทธิภาพของสกินแคร์ที่เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ นั่นคือความแตกต่างที่สำคัญในวงการบิวตี้ตอนนี้ บางสิ่งอาจเป็นนวัตกรรมที่แท้จริงในแง่ของแพ็กเกจจิ้งและประสบการณ์ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นความก้าวหน้าทางสูตรเสมอไป” Cirillo กล่าว