Nike Air Max Plus เทียบยึดงาน Homecoming Festival ที่ลากอส
ออกแบบร่วมกับ Grace Ladoja สนีกเกอร์คู่นี้คือชิ้นเล็ก ๆ ของคำว่าบ้าน
เมื่อGrace Ladoja เปิดตัวOur Homecoming ในปี 2018 จุดเริ่มต้นมาจากความต้องการของกลุ่มคน Nigerianที่อพยพไปอยู่ต่างแดนให้มีพื้นที่ของตัวเองในประเทศบ้านเกิด ดึงดูดเหล่าครีเอทีฟทั้งจากดิแอสโพราและในประเทศให้กลับมารวมตัวกันในงาน Homecoming Festival ประจำปี แพลตฟอร์มของ Ladoja จึงเติบโตสู่ระดับที่เหนือความคาดฝัน สร้างคอมมูนิตี้ใหม่ที่หยั่งรากลึกในดนตรี แฟชั่น ศิลปะ และกีฬา
ผ่านไปแปดปีกับโปรเจ็กต์ที่ยังเดินหน้าต่อเนื่องNike ก็อยากเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ Homecoming ด้วยเช่นกัน พร้อมมอบอิสระให้ Ladoja ออกแบบสนีกเกอร์รุ่นใหม่ดีไซน์จัด สำหรับ 2026 Homecoming Festival โดยเฉพาะ แบรนด์sportswearรายนี้จึงยิ่งอินและเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมได้ลึกกว่าที่เคย
รองเท้า Nike Air Max Plus ผ่านการรีดีไซน์และเมกโอเวอร์จากแบรนด์ทั่วโลกมานับไม่ถ้วน แต่เวอร์ชันของ Ladoja กลายเป็นไอเท็มที่คอยเตือนใจถึงคำว่า ‘บ้าน’ ในทุก ๆ วัน ด้วยการหยิบเศษเสี้ยวชีวิตประจำวันและรายละเอียดงดงามของวัฒนธรรม Nigerian ใส่ลงไปบน TN รุ่นฮิตตลอดกาล การคอลแลบครั้งนี้คือหนึ่งในโปรเจ็กต์ที่เราจะไม่มีวันลืม
เราได้คุยกับ Ladoja ถึงสนีกเกอร์ แรงบันดาลใจเบื้องหลังงานดีไซน์ และความหมายของการ “กลับบ้าน” เลื่อนอ่านต่อเพื่อสัมผัสบทสนทนาฉบับเต็ม
ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าไอเดียของ Homecoming Festival เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร?
ฉันกลับมาLagos เป็นครั้งแรกเมื่อราว 14 ปีก่อน ตอนที่ฉันกลับมา แม่ของฉันเพิ่งเสียไป แม่ของฉันย้ายไปอยู่Londonเพื่อมาคลอดฉัน และไม่เคยกลับไป Nigeria อีกเลย แต่ทุกวันอาทิตย์เราจะโทรกลับบ้าน โทรหาคุณยาย โทรหาป้า ๆ ทุกคน พอแม่จากไป ฉันก็คิดทันทีว่าฉันต้องไป Lagos ฉันต้องไปหาคนที่เคยคุยด้วย คนที่ฉันรู้สึกผูกพันมาก ๆ ให้เจอให้ได้ เลยชวนพี่ชายมาด้วยกัน และทันทีที่เครื่องแตะพื้น Lagos ฉันขอสาบานเลยว่าความรู้สึกตอนนั้นคือเหมือนได้กลับบ้านจริง ๆ
พอมาถึง ฉันเริ่มได้เชื่อมต่อกับคอมมูนิตี้วัฒนธรรมที่นี่ พอดีกับตอนนั้นฉันเพิ่งเริ่มทำงานกับSkepta, และเรามีมิชชันใหญ่ร่วมกันคืออยากเปลี่ยนวัฒนธรรม เราบินมา Nigeria บ่อยมาก แล้วก็ได้เห็นอะไรหลายอย่าง เช่นMowalolaและโลกของเธอ ซึ่งตอนนั้นมันยังดูเหมือนความลับอยู่ ดนตรี แฟชั่น ศิลปะ กีฬา — ทุกอย่างที่นี่กำลังเดือด กำลังพุ่งมากจริง ๆ
ฉันเลยคิดว่า เราต้องสร้างจุดเริ่มต้นบางอย่างใน Lagos ให้ผู้คนได้มาแล้วรู้สึกสบายใจ คนอยากกลับมา Nigeria กันเยอะ แต่ก็กลัว มันดูใหญ่ไปหมด เราเลยสร้างพื้นที่ที่เชื่อมทุกวัฒนธรรม เขย่าและขยายสิ่งที่มีอยู่ตรงนี้ แล้วเปิดให้ทุกคนมารู้สึกเหมือนได้กลับบ้านในเชิงวัฒนธรรมจริง ๆ บอกตรง ๆ ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นแบบออร์แกนิกมาก
Our Homecoming ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแรก ๆ ที่ผสานแฟชั่น ดนตรี กีฬา และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างจริงจัง รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้เห็นวิสัยทัศน์นี้กลายเป็นจริงในทุกปี?
มันรู้สึกดีมาก เพราะทุกปีเราจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ สมองฉันไม่ได้คิดแบบเส้นตรงเดียว ฉันชอบการรีมิกซ์ ฉันเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ ควรถูกเอามารวมกัน ควรมีการปะทะ ฉันคิดถึงการต่อยอดอยู่ตลอด แต่ฉันว่าตรงนี้แหละที่ทำให้จุดตัดทางวัฒนธรรมมันน่าสนใจ — การที่หลากหลายโลกมาเจอกัน ตลอดหลายปีเราได้เห็นอะไรเกิดขึ้นในสารพัดแขนงของวัฒนธรรม และเพราะมันเชื่อมกันแน่นไปหมด เลยทำให้รู้สึกว่าภาพรวมของวัฒนธรรมแอฟริกันกำลังก้าวหน้าไปพร้อมกันจริง ๆ
มันไม่ใช่แค่ดนตรี ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่จะมีบางอย่างใน Homecoming ที่รู้สึกว่ากำลังถูกขับเคลื่อนไปข้างหน้าตลอด ปีนี้อาจไม่ใช่ปีทองของดนตรี แต่แฟชั่นอาจจะแรงมาก ปีหน้าแฟชั่นอาจจะแผ่วหน่อย แต่กีฬาอาจจะโดดเด่นแทน มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังมองเห็นอะไรที่สด ใหม่ แข็งแรง และจับจังหวะของเมืองนี้ได้ตรงเป๊ะทุกครั้ง
Nike Air Max Plus เป็นรองเท้าหลักของหลาย ๆ คอมมูนิตี้มาตลอด นี่คือรุ่นที่คุณเล็งไว้ตั้งแต่แรกเลยไหมว่าจะขอคอลแลบร่วมกัน?
นั่นคือรองเท้าหมายเลขหนึ่งในใจฉัน ตอนเด็ก ๆ ฉันเก็บเงินค่ารถเมล์เพื่อซื้อคู่นี้ ฉันเดินไปโรงเรียนเอง 60 วันเพื่อจะได้ซื้อรองเท้าคู่นี้ เพราะงั้นการที่มันกลายเป็นงานแรกที่ฉันได้ทำร่วมกับ Nike เลยพิเศษมาก ฉันเป็นสายสนีกเกอร์เต็มตัว เคยฝึกงานที่ Crooked Tongues ตั้งแต่เด็ก วนเวียนอยู่ในวัฒนธรรมสนีกเกอร์มาตลอด และรู้ดีว่ารุ่นนี้หมายถึงอะไร สนีกเกอร์เฮดรักมัน เด็กสายถนนรักมัน ครีเอทีฟชาวแอฟริกันรุ่นใหม่ก็รักมัน ทรงรองเท้าสวยมาก สำหรับฉันมันคือรองเท้าที่เพอร์เฟกต์ที่สุด
ต้องไม่ลืมว่ารองเท้าคู่นี้พูดถึงการเป็นคนที่มาจากสองที่ แนวคิดที่ว่าไม่มีที่ไหนเหมือนบ้าน และคำว่า ‘บ้าน’ คืออะไรก็ได้สำหรับฉัน เดิมทีบ้านคือ London แต่ตอนนี้รู้สึกว่าบ้านคือ Lagos ฉันอยากให้ผู้คนมีโปรดักต์ที่เฉลิมฉลองความรู้สึกของการเป็นคนสองโลก และฉันว่าเรื่องนี้ชัดมาก โดยเฉพาะในวัฒนธรรมป๊อปยุคนี้ เราเริ่มพูดถึงรากของตัวเองมากขึ้น ว่าบ้านเราคือที่ไหน บ้านให้ความรู้สึกแบบไหน ฉันเลยอยากให้เกิดซินเนอร์จีแบบนั้นระหว่างโปรดักต์กับคนใส่
เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเรื่องราวเบื้องหลังสีและเท็กซ์เจอร์ต่าง ๆ บนรองเท้าคู่นี้คืออะไร?
หนึ่งในคัลเลอร์เวย์เล่าถึง African sunrise จริง ๆ เวลาอยู่ใน Nigeria หรือที่ไหนก็ตามใน West Africa ที่ฉันเคยไป พระอาทิตย์ขึ้นกับพระอาทิตย์ตกจะเป็นสีส้มเข้มมาก มันมีความเหนือจริงนิด ๆ สีนี้คือการเฉลิมฉลองการเกิดใหม่หรือการเริ่มต้นใหม่ ฉันกับลูกชายจะพูดกันทุกวันว่า “วันนี้คือวันใหม่” มันให้ความรู้สึกว่าที่ Nigeria หรือใน Africa คุณจะมีวันพรุ่งนี้เสมอ เป็นวันใหม่ เป็นฮัสเซิลรอบใหม่ เลยเป็นฟีลลิ่งของการรีเบิร์ธผ่านภาพพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนอีกคู่อีกคัลเลอร์เวย์ที่ตอนนี้ถูกเรียกว่า Pan-African colorway — ฉันคิดว่าเราจะทำให้โปรดักต์ชิ้นเดียวโอบรวมสีของธงทุกประเทศใน Africa ได้ยังไง เราพยายามใส่ทุกธงเข้าไป มันเลยรู้สึกว่าถูกหยั่งรากอยู่ตรงนี้จริง ๆ
ในแง่เท็กซ์เจอร์ ทั้งคู่ได้แรงบันดาลใจจากเทคนิคการทอและพื้นผิวของฟองน้ำ African ซึ่งเป็นของใช้ในบ้านที่ทุกคนรู้จักดี ฉันเลยชอบมากที่เราดึงสิ่งนี้มาอยู่บนรองเท้า แล้วอย่างเชือกรองเท้า — เชือกจริง ๆ ไม่ได้ใช้งานได้ มันเป็นดีไซน์ล้วน ๆ คุณก็รู้ว่าที่ Nigeria เป็นยังไง สายจัดเต็ม ฟู่ฟ่า เกินเบอร์ Charms แต่ละชิ้นก็มีสัญลักษณ์ต่างกัน แต่ล้วนเฉลิมฉลองความเป็น Africa ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเปลือกหอย cowrie นกอินทรี หรือทอง African นี่คือรองเท้าที่ให้อำนาจและพลังกับคนใส่จริง ๆ
ดีเทลไหนบนสนีกเกอร์คู่นี้ที่คุณรักที่สุด?
ก็คือเชือกรองเท้ากับ charms นี่แหละ เวลาเราก้มมองลงไปมันดูกราฟิกมาก และเท่มาก คนสามารถถอดอะไรออกมาก็ได้ถ้าอยาก ถ้าอยากถอด charms ไปทำเป็นสร้อยคอก็ได้ จะทำอะไรก็ได้ มันเล่นสนุกได้เยอะ และยังเปิดโอกาสให้คนคัสตอมได้เองด้วย ฉันอยากเห็นว่าผู้คนจะผูกเชือกในแบบของตัวเองยังไงบ้าง นั่นคือส่วนที่ฉันรักที่สุด
Nike เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์ที่หยิบยกคอมมูนิตี้และวัฒนธรรมต่าง ๆ มาสปอตไลต์ผ่าน collaboration ต่าง ๆ รู้สึกอย่างไรที่ Our Homecoming กลายเป็น cultural activation ล่าสุดของ Nike?
ฉันว่ามันดีมาก คอลลาบอเรเตอร์บางคน ไม่ว่าจะเป็นSlawnหรือ Mowa โปรเจ็กต์ของพวกเขาก็เกิดจากการที่ผู้คนมางาน Homecoming เหมือนกัน มันเลยรู้สึกมหัศจรรย์มากที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนั้นด้วย มันอาจดูเป็นคอลแลบที่แปลกนิดหน่อย แต่เพราะฉันเป็นคนที่มีหลายมิติ เลยทำให้มันสมเหตุสมผล เพราะในโลกวัฒนธรรมมีผู้เล่นหลากหลาย และทุกคนมีเสียงของตัวเอง
ฉันรู้สึกว่านี่เป็นจังหวะที่ดีมากในการทำคอลแลบนี้ และรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่จะตามมา แค่ได้เห็นรีแอ็กชันต่อรองเท้าก็พอจะรู้แล้วว่าผู้คนอยากได้อะไรมากกว่าคำว่า collaboration แบบเดิม ๆ และครั้งนี้มันให้ความรู้สึกสดใหม่จริง ๆ นั่นแหละคือความรู้สึกที่เราอยากให้คนสัมผัสได้เป๊ะ ๆ
การได้คอลแลบสนีกเกอร์กับ Nike แบบนี้คือเรื่องที่ควรฉลองสุด ๆ คุณมองเห็นตัวเองกลับมาร่วมงานกับ Nike หรือแบรนด์อื่น ๆ อีกในอนาคตไหม?
ใช่ ฉันอยากให้มันเดินหน้าต่อ เพราะตอนนี้ฉันย้ายมาอยู่ Lagos แล้ว และเรามี concept space ถาวร ฉันอยากให้โปรเจ็กต์ด้านดีไซน์ถูกผลักออกมาจากที่นี่แบบต่อเนื่อง — ตั้งแต่ไอเดียไปจนถึงการวางขาย ผ่านฟิลเตอร์ของ Africa ฉันรู้สึกว่านี่คือจุดที่ฉันอยากยืนอยู่ในตอนนี้ และอยากให้ทุกอย่างที่เราทำถูกมองเห็นในระดับโลก ทั้งงานดีไซน์ แรงบันดาลใจ ผู้คน คอมมูนิตี้ คอลลาบอเรเตอร์ — เรามีหน้าที่ที่จะต้องขยายเสียงของทั้งหมดนั้นออกไป
ด้วยโปรดักต์เหล่านี้ ต่อให้บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Homecoming คืออะไร เขาก็ยังโพสต์ถึงรองเท้าอยู่ดี เขาอาจไม่ได้บอกว่านี่คือเรื่องของ Grace หรือ Our Homecoming แต่รองเท้าก็ยังเป็นโปรดักต์ที่ดีมากอยู่ดี และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ฉันตื่นเต้นกับบทต่อไปของ Homecoming เรามีอีกเยอะมากที่อยากทำ และมันจะช่วยเติมความสดใหม่ น่าตื่นเต้นให้กับภูมิทัศน์ครีเอทีฟระดับโลกได้จริง ๆ

















