เทรนด์ Transition Blush ชี้ชัด วงการบิวตี้กำลังมีปัญหาเรื่อง “ความเป็นเจ้าของ”
เราคุยกับเมกอัพอาร์ติสต์คนดัง Kim Baker ว่าใครกันแน่ที่มีสิทธิ์ครอบครองและจดเครื่องหมายการค้าเทรนด์ความงามต่าง ๆ
ในปี 2026 นี้ บลัชออนอาจกลายเป็นไอเท็มสำคัญที่สุดในขั้นตอนการแต่งหน้าของเรา ในทุกวัน และด้วยเหตุนี้ โลกออนไลน์จึงเต็มไปด้วยเทรนด์บลัชออนรูปแบบใหม่ ๆ — ไม่ว่าจะเป็น “boyfriend blush” ลุคระเรื่อเบา ๆ เฉียดบริเวณโหนกแก้ม หรือ “sunset blush” ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงเย็น Golden Hour บิวตี้คอมมูนิตี้ก็ยังคงไม่หยุดคิดค้นวิธีใหม่ ๆ ในการแต่งแต้มไอเท็มโปรดชิ้นนี้บนใบหน้า
สำหรับเมคอัพอาร์ทิสต์สายวิสัยทัศน์อย่าง Ngozi Edeme, หรือที่หลายคนรู้จักในนาม Painted By Esther บลัชออนคือจุดโฟกัสของทุกลุคของเธอ — และทำให้เธอกลายเป็นชื่อที่ถูกจดจำคู่กับเทคนิคซิกเนเจอร์อย่างการลงสีชมพูอ่อนฟุ้ง ๆ สไตล์แอร์บรัชที่กลืนไปกับพวงแก้มอย่างแนบเนียน เมื่อสายตาทั้งโลกจับจ้อง ผลงานของ Edeme ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านใบหน้าของคนดังอย่าง Tyla และ Olandria Carthen ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้ลุคบลัชออนจัดเต็มบนผู้หญิงผิวดำโดดเด่นขึ้นมาบนเวทีหลัก
ดังนั้นเมื่อเมคอัพอาร์ทิสต์และผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง Patrick Ta เปิดตัวบลัชออนไลน์ใหม่ในชื่อ “transition blush” บิวตี้แฟน ๆ ก็รีบจับสังเกตถึงความคล้ายคลึงระหว่างภาษาที่ใช้ในแคมเปญของแบรนด์กับเทคนิคซิกเนเจอร์ของ Edeme ทันที ที่ชัดเจนคือ Ta เจอกระแสตีกลับจากการอ้างว่าเป็นผู้คิดค้น transition blush และจากการตัดสินใจไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำนี้ — ขณะที่ผู้ใช้เน็ตจำนวนมากมองว่านี่คือการลอกผลงานอย่างโจ่งแจ้ง
ดูโพสต์นี้บน Instagram
ในคอมมูนิตี้ที่เติบโตได้อย่างมากจากพลังของการคอลแลบ — ใครกันแน่ที่ควรได้รับเครดิต และในช่วงไหนจึงจะควรได้รับเครดิตนั้น? “น่าเสียดายที่เรามีชีวิตอยู่ในโลกแห่งโอกาสที่ใครมีเงินมากกว่าก็ย่อมมีโอกาสทำให้วิสัยทัศน์ของตัวเองกลายเป็นจริงได้มากกว่า ต่อให้วิสัยทัศน์นั้นจะไม่ใช่ทรัพย์สินทางปัญญาของเขาเองก็ตาม” เมคอัพอาร์ทิสต์สายเซเลบริตี้อย่าง Kim Baker เผยกับ Hypebae ตั้งแต่ยุค 90s Baker ทำงานทั้งในฐานะนางแบบและโปรบิวตี้ — แต่เธอยอมรับว่าไม่เคยเห็นดราม่าไหนเหมือนกรณี transition blush มาก่อน
เช่นเดียวกับเทรนด์บิวตี้ส่วนใหญ่ Baker มองว่าการจะยกเทคนิคบลัชออนไปให้ศิลปินเพียงคนเดียวเป็นเจ้าของนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ แม้เธอจะจำได้ว่าเมื่อก่อนเคยถูกเรียกว่า “halo blush” และ “layered blush” แต่เวอร์ชันของ Edeme คือบลูพรินต์ที่แท้จริงสำหรับแฟนบิวตี้เจเนอเรชันนี้ “บทสรุปก็คือ ไม่มีอะไรใหม่หรอก แค่ไอเดียเก่าที่ถูกหยิบมารีไซเคิลอีกครั้ง แต่เรื่องเริ่มเละเมื่อ Patrick Ta กล้าที่จะไปจดเครื่องหมายการค้าเทคนิคนี้ ทั้งที่มี MUA อีกคนกำลังสร้างแบรนด์ของตัวเองด้วยวิธีการลงบลัชแบบนี้อยู่แล้ว” เธอกล่าว
ในโลกบิวตี้ เมคอัพอาร์ทิสต์หลากหลายเจเนอเรชันต่างร่วมกันหล่อหลอมออกมาเป็นหนึ่งเทรนด์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่บทสนทนาเรื่อง transition blush จะยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อมีผู้ใช้เน็ตบางส่วนเริ่มอ้างถึงเมคอัพอาร์ทิสต์ระดับตำนานอย่าง Kevyn Aucoin ว่าเป็นผู้คิดค้น transition blush ตัวจริง เสียงถกเถียงจึงขยับจากประเด็นเทคนิคเพียงอย่างเดียวไปสู่ประเด็นที่ใหญ่กว่านั้น คือการสะท้อนให้เห็นอุตสาหกรรมที่ดูจะให้คุณค่ากับการรีบจดสิทธิ์ในไอเดียมากกว่าการสร้างคอมมูนิตี้ที่แท้จริง
สำหรับ Baker เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เครดิต — แต่มันคือสิ่งที่อุตสาหกรรมควรตอบแทนให้กับคนในวงการเอง เธอบอกกับ Hypebae ว่า Ta ควรรับผิดชอบทำงานร่วมกับ Edeme ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ และยกย่องเธอในฐานะผู้ริเริ่มในหมวดหมู่นี้ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น Baker เชื่อว่าดราม่าทั้งหมดนี้สะท้อนถึงวัฒนธรรมการแข่งขันที่เป็นพิษในโลกบิวตี้ และเราจำเป็นต้องจับมือกันเพื่อรื้อถอนมันออกไป “เราทุกคนควรเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ศิลปินที่เฉลิมฉลองการเป็นหนึ่งเดียวกัน คำสาบานที่ไม่เคยถูกพูดออกมาตรง ๆ ควรจะคือ เราเป็นคอมมูนิตี้เดียวกัน เราคือ หนึ่งเดียว และเราต้องเคารพในงานฝีมือของกันและกัน”



















