Uyi Omorogbe และ Gabriel Ruja อยากชวนทุกคนมาเล่น Ophsides
สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ดาวรุ่งสุดน่าจับตาจากนิวยอร์ก พูดคุยถึงการสร้างวัฒนธรรมฟุตบอลในอเมริกา เทรนด์แฟชั่นฟุตบอล และความหมายของการเป็น “Ophsides”
กติกาล้ำหน้าเป็นหนึ่งในกติกาที่เลื่องชื่อที่สุดตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของฟุตบอล ทั้งปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยอยู่เสมอ และเป็นประเด็นถกเถียงในวันแข่งขันไม่เคยจบ จนกลายเป็นบททดสอบชั้นดีในการแยกว่าใครคือแฟนฟุตบอล “ตัวจริง” และใครมาเพียงเพื่ออีเวนต์ใหญ่ ๆ ที่นิวยอร์กซิตี้นิวยอร์กซิตี้ Uyi Omorogbe และ Gabriel Ruja กำลังนิยามความหมายของการล้ำหน้าขึ้นใหม่ พร้อมชวนทุกคนมาร่วมสนุกไปด้วยกัน
Ophsides เริ่มต้นจากเอเจนซีครีเอทีฟสองคนที่สะท้อนตัวตนและอดีตในสนามของทั้งคู่ วันนี้แบรนด์นี้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดจากเมืองนี้ในรอบหลายปี Omorogbe และ Ruja รู้จักกันมาตั้งแต่วัยรุ่น ผูกพันกันด้วยความรักในเกมลูกหนัง และยืนอยู่ตรงจุดตัดระหว่างฟุตบอลกับแฟชั่น เชื่อมสองโลกเข้าหากันในแบบที่หลายคนเคยพยายามแต่ทำไม่สำเร็จ ดีไซน์ของพวกเขาตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและสไตล์ ปฏิเสธสุนทรียะแบบเดิม ๆ ของความโหยหาฟุตบอลในอดีตและเสื้อทีมจำลอง เพื่อสร้างสุนทรียะแนวใหม่ที่มีความเป็นอเมริกันโดยเนื้อแท้ให้กับกีฬานี้
แนวคิดเรื่องการสร้างวัฒนธรรมคือหัวใจของงานทั้งคู่ Ophsides มีรากฐานแบบกราสรูต ปรากฏอยู่ในเสื้อผ้า แอ็กเซสซอรี และสนามสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ สองช่องในสวนแถวบ้านของคุณ ทั้งในฐานะเกม แบรนด์สตรีตแวร์ และวิถีชีวิต Omorogbe กับ Ruja กำลังสร้างบางสิ่งที่พิเศษขึ้นในมหานครที่ไม่เคยหลับใหล และนี่คือแบรนด์ที่ควรจับตาไว้
เราได้พูดคุยกับดูโอครีเอทีฟคู่นี้ถึงจุดกำเนิดของ Ophsides ความหมายของการอยู่นอกขอบเขตของกีฬา และการใช้แฟชั่นสร้างวัฒนธรรมฟุตบอลที่อเมริกาตามหามานาน เลื่อนลงไปอ่านบทสนทนาฉบับเต็มกันได้เลย
อะไรทำให้คุณทั้งสองคนมาร่วมกันสร้างแบรนด์นี้?
Omorogbe: ผมกับ Ruja เจอกันตอนอายุ 16 ที่ Shattuck-St. Mary’s โรงเรียนประจำฟุตบอลระดับแนวหน้า เราเป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่อายุ 16 แล้ว หลังแยกย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัย เราก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งที่นิวยอร์ก ตอนนั้นผมอยู่ที่นิวยอร์กมาสักพัก ส่วน Ruja ย้ายมาจากนิวเม็กซิโก แรก ๆ เราร่วมงานกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนจะทำงานด้วยกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเราก็อยากหาชื่อที่นิยามความสัมพันธ์ของเราได้
Ruja: จริง ๆ แล้วมันเริ่มจากการตั้งชื่อ เพราะถึงเราจะไม่ได้ทำงานด้วยกันตลอดเวลา แต่ก็มักมีโปรเจ็กต์เดี่ยวที่ได้มาทำร่วมกัน เราเลยคิดว่า “เราน่าจะเรียกตัวเองด้วยชื่ออะไรสักอย่าง” นั่นคือที่มาของชื่อ เหมือนเป็นการตั้งชื่อให้ดูโอครีเอทีฟของเรา แม้เป็นโปรเจ็กต์ที่ผมทำคนเดียว ผมก็เขียนว่า “Creative Direction by Ophsides” ได้ และเขาก็ทำเช่นเดียวกัน เพื่อให้คนเริ่มคุ้นเคยกับแนวคิดนี้
ขอคุยเรื่องชื่อกันสักหน่อย แรงบันดาลใจในการเปลี่ยนการสะกดจาก “offsides” เป็น “Ophsides” มาจากไหน และมันสื่อถึงอะไร?
Omorogbe: ผมจำไม่ได้ว่าก่อนหน้านั้นเราคิดชื่ออะไรกันไว้บ้าง แต่เรารู้ว่ามันต้องเป็นชื่อที่แทนตัวเราได้ เราพบกันจากการเล่นฟุตบอล แล้ว Ruja ก็พูดคำว่า “offsides” ขึ้นมา ผมรู้เลยว่าใช่ เพราะเรานี่แหละคือคนที่ล้ำหน้า เราอยู่นอกขอบเขตของเกม และเป็นคนนอกมาตลอด จากนั้นเราพิมพ์คำว่า “offsides” ลงในคอมพิวเตอร์ แต่ชื่อนั้นถูกใช้ไปแล้ว เราจึงต้องหาทางเก็บชื่อที่แทนตัวเราได้มากขนาดนี้ไว้ แล้วเปลี่ยนจาก “FF” เป็น “PH”
Ruja: สะกดด้วย “PH” ก็เท่ดีนะ แถมยังเข้ากับไอเดียของการล้ำหน้าทั้งหมดด้วย แน่นอนว่าเราต้องสะกดแบบนอกขนบอยู่แล้ว ผมว่ามันตลกดี และรู้สึกว่าคุณมาถูกทางเมื่อคนอื่นยังไม่ค่อยเข้าใจ เราเคยบอกเพื่อนบางคน แล้วพวกเขาก็ว่า “ไม่รู้สิ มันไม่ค่อยเท่นะ” สำหรับผม นั่นยิ่งทำให้รู้สึกว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง
ฟุตบอลในอเมริกายังอยู่ระหว่างการก่อร่างสร้างตัว แต่นิวยอร์กอยู่แถวหน้าของความเปลี่ยนแปลงนั้น เมืองนี้มีบทบาทอย่างไรต่อดีไซน์และการพัฒนาแบรนด์ของคุณ?
Ruja: ผมคิดว่าทุกอย่างเริ่มจากคำถามหลักข้อเดียวว่า “วัฒนธรรมฟุตบอลในอเมริกาคืออะไร?” ก่อนฟุตบอลโลก มันแทบไม่มีอยู่เลย เราโตมากับการเล่นบอลมาทั้งชีวิต จึงผูกพันกับคอมมูนิตี้นี้เสมอ แต่ก็พบว่าไม่มีวัฒนธรรมในความหมายที่ว่า ถ้าคุณไม่ได้โตมากับการเล่น คุณจะเข้ามาสู่มันได้อย่างไร เราเลยเริ่มคิดว่า “จะสร้างอะไรที่เข้าถึงง่ายกว่านี้ได้อย่างไร?” เราจึงคิดเกม Ophsides ขึ้นมา ซึ่งงดงามตรงที่มันทำให้เกมเปิดกว้างขึ้น แม้แต่คนที่เล่นฟุตบอลมาทั้งชีวิตก็ยังรู้สึกว่ามันท้าทายกว่าเดิม ขณะที่คนซึ่งเล่นไม่มากก็ยังแข่งขันได้ เพราะเกมนี้จำกัดเพียงสามจังหวะสัมผัสบอล
ผมคิดว่าการสร้างเกมนี้ทำให้เราสร้างสิ่งที่ดึงดูดคนจากทุกมุมของวงการเข้ามาได้ ทั้งคนที่โตมากับการเล่น และคนที่เพิ่งสนใจอยากเริ่มเล่น จากนั้นเราก็ออกแบบโดยมีวัฒนธรรมที่เรากำลังสร้างเป็นแรงบันดาลใจ เราทำสองสิ่งนี้ควบคู่กันไป ทั้งสร้างเกมและออกแบบเสื้อผ้า เป็นกระบวนการที่ได้ทดลองไปมาอย่างงดงาม เราใช้ชีวิตแบบนี้จริง ออกไปเล่นทุกวันในเสื้อผ้าที่เราสวมใส่เอง แล้วหาสมดุลให้ได้ว่าวัฒนธรรมฟุตบอลอเมริกันในนิวยอร์กควรมีหน้าตาอย่างไร ที่ซึ่งคุณต้องพร้อมลงเล่นได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยังดูเท่และมีรสนิยม เราจึงมองหาวัสดุที่สื่อสารสิ่งนั้นได้ นั่นคือวิธีคิดในการออกแบบของเรา
ผมรู้สึกว่าหลายคนพยายามทำสิ่งนี้ แต่ยังไม่พร้อมเท่าเรา เพราะบางคนมาจากโลกฟุตบอลแต่ไม่มีพื้นฐานด้านดีไซน์ ขณะที่บางคนมีพื้นฐานด้านดีไซน์แต่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมนี้ เรามาจากทั้งสองโลก ผมเล่นฟุตบอลมาตลอดชีวิต และทำงานเป็นสไตลิสต์ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ และช่างภาพ จึงสื่อสารสิ่งที่เข้าถึงใจคนที่เล่นเกมนี้จริง ๆ ได้
Omorogbe: เกมและดีไซน์ต่างหล่อหลอมซึ่งกันและกัน รวมถึงวัฒนธรรมที่กำลังก่อตัวขึ้น และนิวยอร์กก็เป็นสถานที่สมบูรณ์แบบสำหรับสร้างวัฒนธรรมนี้ เพราะเป็นแหล่งหลอมรวมอัตลักษณ์ เป็นเมืองของผู้อพยพจากหลากหลายที่มา ซึ่งดึงดูดเข้าหาฟุตบอลโดยธรรมชาติ การที่เราทำสิ่งนี้ที่นี่จึงสอดคล้องกับวัฒนธรรมของเมืองอย่างมาก
การอยู่นอกฟอร์เมชันทั้งในเชิงสังคมและวัฒนธรรม หล่อหลอมหลักคิดพื้นฐานของแบรนด์อย่างไร?
Omorogbe: การอยู่นอกขอบเขตของเกมคือหลักการสำคัญของแบรนด์ มันสะท้อนอย่างชัดเจนว่าทำไมผมกับเขาถึงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เพราะเรื่องราวของเราคือสิ่งนั้นจริง ๆ และเป็นชีวิตที่เราเคยใช้มา ผมโตมาในฐานะเด็กผิวดำเพียงคนเดียวในโรงเรียนมัธยม เขาโตมาเป็นเด็กผิวดำลูกครึ่งเพียงคนเดียวในชุมชนที่คนส่วนใหญ่เป็นชาวเม็กซิกัน การเป็นตัวเองในสภาพแวดล้อมแบบนั้นเป็นเรื่องยากเสมอ ต้องดิ้นรนกับอัตลักษณ์และทำความเข้าใจตัวเอง ฟุตบอลเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยให้เราพบตัวตนนั้น มันเชื่อมโยงอย่างงดงามระหว่างชีวิตที่เราเติบโตมา ความยากของการเป็นตัวเอง และการตระหนักว่านี่คือประสบการณ์ร่วม
มิตรภาพของเราทำให้เราสบายใจกับการเป็นตัวเองมากขึ้น และมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะการเป็นตัวเองนั้นยาก หากต้องทำเพียงลำพัง ผมคิดว่านั่นคือแก่นแท้ของแบรนด์ มันเป็นดั่งประภาคาร ไม่ใช่แค่สำหรับกีฬา หรือวัฒนธรรมฟุตบอลอเมริกันเท่านั้น แต่มันลึกไปกว่านั้น เรามุ่งทวงคืนอัตลักษณ์ หรือขยายเสียงให้อัตลักษณ์ชัดเจนขึ้น ความสัมพันธ์ของเราและการใช้ชีวิตนอกขอบเขตของเกมจึงหล่อหลอมแบรนด์นี้ขึ้นมา สิ่งนั้นคือพลังพิเศษของคุณ ไม่ใช่ข้อด้อย
Oph Tape ช่วยให้ทุกคนตีเส้นสนามได้ทุกที่ บนทุกพื้นผิว แนวคิดเรื่อง “เล่นได้ทุกที่” สะท้อนเส้นทางของคุณในฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่างไร?
Omorogbe: ทุกสิ่งที่เราสร้างผูกโยงกับแนวคิดเรื่องการล้ำหน้าอย่างลึกซึ้ง และช่วยตอกย้ำโลกที่เรากำลังสร้าง Oph Tape เป็นเครื่องมือที่ให้คุณสร้างได้ ไม่ใช่แค่เกมของเรา แต่แทบจะทุกอย่าง ตอนนี้มันอาจดูเหมือนใช้กับเกมเดียว แต่ผมมั่นใจว่าผู้คนจะคิดเกมอื่น ๆ ที่ใช้มันขึ้นมาอีก มันคือเครื่องมือแห่งการสร้างสรรค์ สิ่งที่ผมชอบคือมันสร้างพื้นที่ที่สามสำหรับฟุตบอลได้ทุกแห่ง ราวกับเป็นสัญญาณหรือเครื่องหมายเรียกหาคนที่ล้ำหน้า ยกตัวอย่าง เวลาเราไป Lower East Side, Times Square หรือ Washington Square Park เราจะตีสี่เหลี่ยมสองช่องบนพื้นแล้วเริ่มเล่นเกม ท่ามกลางคนที่เดินอยู่ในสวนก็จะมีคนสงสัยเข้ามาถามว่า “นี่เกมอะไร เล่นได้ไหม?”
สิ่งที่งดงามคือ เมื่อเราได้รู้จักคนเหล่านี้ เราก็พบว่าพวกเขาเองก็ล้ำหน้าเหมือนกัน มันสะท้อนเส้นทางของเรา เพราะเราล้ำหน้ามาตลอด และสิ่งที่เรากำลังพูดก็คือ “ใครอยากมาร่วมทีมบ้าง?” คุณจะพบแนวคิดนี้ในหลายสิ่งที่เราทำและสร้างขึ้น เทปคือเครื่องหมายว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้เรา ขณะเดียวกันก็เป็นคำเชิญให้ค้นพบครอบครัว และค้นพบตัวเอง
Ruja: อีกอย่างที่เราพูดกันเสมอคือ เทปนี้ทำให้คุณล้ำหน้าได้ เพราะคุณได้ไปเล่นในพื้นที่ที่ไม่ควรเล่น หลักคิดทั้งหมดของแบรนด์คือ หากคุณล้ำหน้า คุณจะดึงดูดคนที่ล้ำหน้าเหมือนกันเข้ามา นี่จึงเป็นการถ่ายทอดแนวคิดนั้นออกมาในรูปแบบเกม
ตอนนี้อเมริกาเข้าสู่ยุคหลังฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการแล้ว ทัวร์นาเมนต์นี้เปลี่ยนวิธีที่คุณวางตำแหน่งของแบรนด์อย่างไร และมันเปลี่ยนวิธีคิดของคุณต่อจากนี้หรือไม่?
Omorogbe: ผมคิดว่าฟุตบอลโลกทำสองสิ่งให้เราและประเทศโดยรวม อย่างแรกคือดึงสายตาจำนวนมหาศาลเข้ามาสู่กีฬานี้ ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมา และคนในเจเนอเรชันนี้ก็ได้เห็นเป็นครั้งแรกว่าวัฒนธรรมรอบเกมฟุตบอลนั้นเข้มข้นเพียงใด แต่เมื่อมีคนจับจ้องมากขึ้น ก็เกิดคำถามว่า “แล้วฟุตบอลอเมริกันคืออะไร? วัฒนธรรมฟุตบอลอเมริกันโดยรวมคืออะไร?” เราไม่อยากก้าวเข้าไปในช่วงเวลานั้นเพื่อทำสินค้า หรือสร้างสิ่งที่อ้างอิงถึงอดีต
เรารู้ว่าเราสามารถทำเสื้อทีมชาติบราซิลในเวอร์ชัน Ophsides ได้ และผู้คนก็น่าจะซื้อเพียงเพราะมันเป็นที่นิยมและกำลังเป็นเทรนด์ แต่เราถามกันว่า “ในเมื่อทุกสายตากำลังมองมา และผู้คนกำลังตั้งคำถามนี้อยู่ ทำไมเราไม่เสนอคำตอบให้พวกเขาไปเลยล่ะ?” อนาคตของฟุตบอลอเมริกันคือ Ophsides นั่นคือสองสิ่งใหญ่ที่สุดที่ฟุตบอลโลกทำให้เกิดขึ้น ผมคิดว่าคนที่ตามหาคำตอบนี้อย่างจริงแท้ จะเป็นผู้กำหนดวัฒนธรรมฟุตบอลอเมริกันในอนาคต
Ruja: โดยพื้นฐานแล้ว ทิศทางของเรายังคงเดิม เพราะเราเติบโตมากับวัฒนธรรมนี้ จึงตระหนักว่าไม่มีกรอบที่ชัดเจนว่าฟุตบอลอเมริกันคืออะไร ทุกอย่างล้วนใช้อ้างอิงยุโรป บราซิล และลาตินอเมริกา ผมคิดว่าเรายังคงยืนหยัดในทิศทางเดิม และการมาถึงแล้วผ่านไปของฟุตบอลโลกก็สร้างความแตกต่างให้เห็นอย่างชัดเจน เพราะสิ่งที่แบรนด์ส่วนใหญ่ซึ่งพยายามหากำไรจากกีฬานี้ทำ คือไม่ก็อ้างอิงความโหยหาอดีตโดยตรง หรือไม่ก็ดึงจากปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับเกม
วิธีนั้นอาจดึงดูดสายตาได้มากในทันที แต่ไม่ยั่งยืน เพราะกลุ่มคนหรือผู้ชมเหล่านั้นไม่ได้มีพื้นฐานความผูกพันกับเกม มันจึงไม่สมเหตุสมผล เหมือนกับว่า “โอเค เห็นแล้วเท่ดี แล้วต่อไปล่ะ?” จากนั้นพวกเขาก็ลืม การอ้างอิงความโหยหาอดีตโดยตรงนั้นก็ดี แต่ไม่อาจสร้างคนรักเกมรุ่นใหม่ได้ เพราะพวกเขาไม่ได้มีความผูกพันกับความทรงจำเหล่านั้น เป้าหมายของเรายังคงเดิมตั้งแต่เริ่มต้น เราต้องสร้างสิ่งใหม่ที่แทนวัฒนธรรมฟุตบอลอเมริกันได้ และเมื่อเทียบกับสิ่งที่แบรนด์ใหญ่ ๆ อื่นทำอยู่ ความแตกต่างนั้นก็ยิ่งชัดเจน
ในอีกห้าปี คุณอยากเห็น Ophsides ไปอยู่ตรงไหน?
Omorogbe: ในอีกห้าปี เป้าหมายคือให้ Ophsides เป็นสถาบันวัฒนธรรมฟุตบอลหลักของอเมริกา นั่นคือวิสัยทัศน์ของเรา แต่ในระดับที่ลึกกว่านั้น มันไม่ใช่เรื่องธุรกิจเท่าไรนัก เราสนใจคำถามว่า “เราส่งผลต่อผู้คนและช่วยพวกเขาได้หรือไม่?” ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนเปลี่ยนชีวิตเราอย่างจริงจัง มันทำให้เรามั่นใจในตัวเองมากขึ้น ประสบความสำเร็จและมีความสุขมากขึ้น
หนึ่งในเป้าหมายใหญ่ที่สุดของเราคือส่งต่อความรักที่เรามีให้กันไปสู่คอมมูนิตี้ เพื่อให้มันถูกส่งต่อจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง เราอยากเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ อยากเป็นตัวเอง เพราะเรามองเห็นภาพเด็กคนหนึ่งที่เติบโตในนิวยอร์กซิตี้หรือเมืองใดก็ตาม ถูกดึงดูดให้มาเล่น Ophsides เล่น Ophsides ใช้ชีวิตแบบ Ophsides แล้วลงสนามไปเล่นในแบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เด็กคนนั้นควรเป็นไอคอนของฟุตบอลอเมริกัน และหากเขาเติบโตมาจากวัฒนธรรมที่เราสร้างขึ้น เราก็จะรู้ว่าเราได้ทำสิ่งที่มีความหมายอย่างแท้จริง เพราะเด็กคนนั้นจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนต่อไป นั่นคือวิสัยทัศน์ของเราในอีกห้าปี เมื่อคุณนึกถึงฟุตบอลในอเมริกา คุณจะนึกถึง Ophsides เพราะที่นั่นคือจุดที่วัฒนธรรมกำลังก่อร่างขึ้น
Ruja: ถ้าพูดถึงฝั่งครีเอทีฟ ภาพนั้นจะเป็นอย่างไร? ผมคิดถึงการสร้างพื้นที่ที่เราก้าวไปไกลกว่าเสื้อผ้า เข้าสู่ภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทั้งคู่ชอบทำ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และสถาปัตยกรรม โดยทั้งหมดมีศูนย์กลางอยู่ที่การสนับสนุนคนที่ล้ำหน้า และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีเสียงของตัวเอง



















