13 น้ำหอมกลิ่นขนม‑ของกิน ที่กำลังครองเทรนด์วงการกลิ่นหอม
เส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เรากินกับกลิ่นที่เราใส่กำลังเลือนหายไปเรื่อย ๆ
วิวัฒนาการถัดไปของ น้ำหอมคือการเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งที่เราหลงใหล แล้วจะมีอะไรน่าดึงดูดไปกว่าความน่าลิ้มลองของ อาหารจานโปรดของเรากันล่ะ? ไม่ว่าจะเป็นความอุ่นละมุนของลาเต้หรือกลิ่นสมุนไพรจัดจ้านของผักชี กลิ่นที่เต็มไปด้วยรสชาติทั้งหลายกำลังถูกผลักขึ้นมาอยู่หน้าเวทีในปีนี้ ส่วนผสมเหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องรสชาติ แต่ยังปลุกความทรงจำ สร้างอารมณ์ และปลุกความอยากได้อย่างเฉียบคม เปิดมุมมองใหม่หมดให้กับการลิ้มรสผ่านกลิ่นหอม
รายงานเทรนด์ล่าสุดจาก The Fragrance Shop และ CPL Aromasคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้ eau de parfum ขวดโปรดของคุณจะกลายเป็นประสบการณ์ที่ฟินไม่ต่างจากดินเนอร์ไฟน์ไดน์สักมื้อเลยทีเดียว มัทฉะ, ข้าว และโน้ตกลิ่นแปลกใหม่อีกมาก จะเข้ามายกระดับโลกของการรับกลิ่นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ขณะเดียวกันอุตสาหกรรม น้ำหอมยังเตรียมโตต่อเนื่องทั่วโลก โดยรายงานระบุว่ายอดขายมีแนวโน้มแตะ 68.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีหน้า แรงขับเคลื่อนหลักมาจาก TikTokและกระแสโหยหากลิ่นแปลกใหม่บนโซเชียลมีเดีย ที่กล้าทลายกรอบน้ำหอมแบบดั้งเดิม มอบประสบการณ์สัมผัสกลิ่นที่สด ใหม่ และแตกต่างให้กับผู้ใช้
ด้านล่างนี้คือเหล่าน้ำหอมกลิ่นสายอาหารที่เราเลิฟสุด ช่วยให้คุณได้สัมผัสความสุขของกลิ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากครัว ตั้งแต่เชอร์รีเปรี้ยวซาบซ่าไปจนถึงงาแนวกูร์มองด์ น้ำหอมเหล่านี้จะเปลี่ยนทุก ๆ การฉีดให้กลายเป็นประสบการณ์ “อร่อยด้วยกลิ่น” ที่นิยามคำว่า “หอม” ขึ้นใหม่หมด
Versatile Paris “Croissant Cafè” Eau de Parfum
ได้แรงบันดาลใจจากครัวซองต์ฝรั่งเศสกรุบกรอบและกาแฟแก้วโปรดยามเช้า “Croissant Cafè” คือน้ำหอมในฝันของสายกินตัวจริง อัดแน่นด้วยโน้ตเนย กาแฟ ครีม และถั่ว tonka ผสมผสานความหวานละมุนกับโทนวู้ดดี้ได้อย่างลงตัว
Skylar “Double Dates” Eau de Parfum
เหมาะมากสำหรับสายของหวานที่คลั่งน้ำหอม “Double Dates” ของ Skylar มาพร้อมโน้ตอินทผลัมหวานฉ่ำ ทอฟฟี่หนึบ และน้ำตาลทรายแดง สร้างสรรค์ร่วมกับ Chief Creative Officer ของแบรนด์ Leah Kateb แห่งรายการ Love Island USA, กลิ่นสายกูร์มองด์นี้ตีความขนมหวานสุดโปรดให้อบอุ่นและน่าหลงใหลยิ่งขึ้น
D’Annam “Matcha Soft Serve” Eau de Parfum
มัทฉะครองตำแหน่ง “that girl” มานานแล้ว แต่การก้าวออกจากแค่ในแก้วเครื่องดื่มยิ่งทำให้เราหลงรักมากขึ้น ด้วยโน้ตกลิ่นดิน ๆ ชวนผ่อนคลาย ส่วนผสมนี้เลยกลายเป็นตัวท็อปของน้ำหอมโทนรีเฟรชและช่วยกราวนด์อารมณ์อย่างรวดเร็ว กลิ่นโปรดของเราคือ “Matcha Soft Serve” จาก d’Annam, เหมาะมากสำหรับช่วงเวลาตั้งสติอยู่กับตัวเอง พร้อมกลิ่นที่เหมือนชาเขียวแบบเป๊ะ ๆ
Dilo “Hinoki Sesame” Eau de Parfum
จากงานวิจัยของ The Fragrance Shop และ CPL Aromasที่กล่าวถึงด้านบน งาคือกลิ่นที่กำลังมาแรงในโลกน้ำหอม ด้วยอโรม่าแบบถั่วอุ่น ๆ ทำให้เล่นได้ทั้งแนวกูร์มองด์และแนววู้ดดี้ กลายเป็นโน้ตสารพัดประโยชน์ในวงการน้ำหอม ตัวเลือกที่น่าสนใจในหมวดนี้คือกลิ่นจาก Dilo อย่าง “Hinoki Sesame” ที่มีโครงกลิ่นซับซ้อนหลายเลเยอร์ ผสานงาเข้ากับกำยาน เลมอน ไม้จันทน์ ไม้ซีดาร์แดง และมัสก์ได้อย่างน่าค้นหา
Diptyque “L’Eau Papier” Eau de Toilette
จากการวิเคราะห์เดียวกัน ข้าวก็โดดเด่นขึ้นมาเป็นโน้ตตัวเต็ง ได้รับความนิยมจากกลิ่นสะอาดนวลเหมือนแป้ง เมล็ดข้าวมีความอ่อนโยน นุ่มนวล ให้ความสบายใจไม่ต่างจากอุ่นไออาหารจานโปรด ทั้งยังเป็นอาหารหลักของคนกว่าครึ่งโลก ตามข้อมูลจาก National Library of Medicine. ถ้าอยากหอมในโทนเมล็ดข้าวแบบมีเสน่ห์ เราขอแนะนำ “L’Eau Papier” จาก Diptyque. Eau de toilette ขวดนี้บางเบาโปร่งสบาย ถักทอความอบอุ่นของดอกมิโมซาเข้ากับความสดใสของเบอร์กาม็อต และกลิ่นเปรี้ยวซนของไม้ rubywood ได้อย่างอ่อนช้อย
Lush “Betel” Eau de Parfum
The Financial Timesคาดการณ์ว่าจะมีน้ำหอมที่ใช้ใบผักชีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พืชสมุนไพรที่ใคร ๆ ก็รักสุดใจหรือไม่ก็รู้สึกเหมือนกลิ่นสบู่ ขึ้นอยู่กับว่ามียีน OR6A2 หรือไม่ กลิ่นนี้อาจแบ่งฝั่งความเห็นผู้คนได้ชัดเจน แต่สำหรับคนที่หลงรักแล้ว จะให้ฟีลทั้งสดชื่นและชวนคิดถึงอดีตในเวลาเดียวกัน Lushตีความพืชชนิดนี้ออกมาเป็นน้ำหอม “Betel” ที่ผสานเมล็ดผักชีเข้ากับมะลิและดาวานาอย่างกลมกลืน
Tom Ford “Electric Cherry” Eau de Parfum
Pinterest ฟันธงว่าโน้ตเชอร์รีจะฮิตแรงขึ้นตลอดปีนี้ แล้วทำไมจะไม่ลองดิ่งลงไปกับกลิ่นจาก Tom Fordดูล่ะ? “Electric Cherry” ให้ฟีลสนุก ขี้เล่น และบางเบา ผสมเชอร์รีเปรี้ยวจี๊ดเข้ากับมะลิและมัสก์ แทรกความหรูหราให้เทรนด์กลิ่นหวานได้อย่างมีชั้นเชิง
Prada “Infusion de Rhubarb” Eau de Parfum
แยมกระปุกไหนก็สู้ลอนช์ใหม่จาก Prada Beauty. น้ำหอมที่อัดแน่นด้วยกลิ่น rhubarb นี้คือการผสมผสานฟรุตตี้–ซิตรัสกับมัสก์อย่างเหนือชั้น สมควรมีติดชั้นน้ำหอมของคุณแบบต้องมีให้ได้ เป็นขวดที่ห้าในไลน์ “Les Infusions Collection” ของแบรนด์
Snif “Hot Cakes” Eau de Parfum
ใช่แล้ว น้ำหอมขวดนี้มีกลิ่นเหมือนแพนเค้กเช้าวันอาทิตย์แบบเป๊ะ ๆSnif “Hot Cakes” เสิร์ฟกลิ่นสุดอบอุ่นของเมเปิลไซรัป เนยละลาย และบัตเตอร์มิลค์อุ่น ๆ ให้ฟีลทั้งโหยหาความทรงจำเก่า ๆ และละมุนเกินจะห้ามใจในเวลาเดียวกัน
Boy Smells “Sugar Baby” Eau de Parfum
ตั้งใจให้เป็นกลิ่นแนบผิวมากกว่าน้ำหอมจัดเต็ม ขวดนี้จาก Boy Smellsคือกลิ่นตัวคุณแต่เพิ่มความหวานเล็ก ๆ ด้วยโน้ตสกินมัสก์ น้ำตาล และดอกฮันซักเคิล ละเลียดติดผิวแบบแนบชิด สร้างบรรยากาศเย้ายวนอย่างเป็นธรรมชาติ
Oakcha “Strawberry Sensation” Eau de Parfum
วีแกน และไม่ทดลองกับสัตว์ Oakcha “Strawberry Sensation” คือการคอลแลบครั้งแรกของแบรนด์กับผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นอย่าง Paul Fino. กลิ่นนี้ขี้เล่นและเย้ายวน ผสมสตรอว์เบอร์รี ครีม และมัสก์ได้อย่างกลมกล่อม เหมาะใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
Ceremonia “Guava” Perfume Hair & Body Mist
สดใส ฉ่ำ และฟรุตตี้สุด ๆ “Guava” จาก Ceremoniaอัดแน่นด้วยโน้ตโทนทรอปิคัลจากฝรั่ง สับปะรด และน้ำมะพร้าว เป็นแฮร์แอนด์บอดี้มิสต์ที่ให้ฟีลเหมือนคุณกำลังพักร้อนกลางแสงแดดริมทะเล
Phlur “Heavy Cream” Body Mist
เข้มข้น อบอุ่น และปลอบประโลมใจ “Heavy Cream” จาก Phlurโอบกอดคุณด้วยกลิ่นวานิลลา แอมเบอร์เนื้อนุ่ม และมัสก์ฟูฟ่อง ให้ฟีลเหมือนสวมสเวตเตอร์แคชเมียร์ตัวโปรด หรือจิบแก้วนมอุ่นกับคุกกี้ก่อนเข้านอน
ในเมื่อเข้ามาอ่านแล้ว อย่าลืมไปดู ลิสต์รวมไอเท็มสายเวลเนสสำหรับ Mental Health Month ของเราต่อด้วยนะ



















