รวมศิลปินหญิงห้ามพลาดใน Venice Biennale ปีนี้
ตั้งแต่ตัวแม่ระดับตำนานไปจนถึงดาวรุ่งมาแรงแห่งวงการศิลปะร่วมสมัย
งานVenice Biennale, ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่เก่าแก่และทรงอิทธิพลที่สุด กำลังหวนกลับมาเป็นครั้งที่ 61 ท่ามกลางกระแสความขัดแย้ง ตั้งแต่เสียงเรียกร้องให้ตัดสิทธิ์ Israel ไปจนถึงการจับตาบทบาทของ Russia และการถอดถอนก่อนจะนำกลับมาแสดงใหม่ของ ศิลปินชาวออสเตรเลีย Khaled SabsabiKhaled Sabsabi
, บรรยากาศก่อนเปิดงานปีนี้จึงห่างไกลจากคำว่าเงียบงัน แต่หากย้อนดูประวัติศาสตร์เรายิ่งเห็นชัดว่า ศิลปะไม่เคยถอยหนี มีแต่จะลุกขึ้นตอบโต้เสมอท่ามกลางบรรยากาศที่อัดแน่นด้วยประเด็นการเมือง เมืองลอยน้ำแห่งนี้จะกลายเป็นเวทีระดับโลกอีกครั้ง ต้อนรับศิลปินจากหลากหลายสาขาและทั่วทุกมุมโลก เคียงข้างชื่อระดับตำนานอย่าง Marina Abramović
จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม ถึง 22 พฤศจิกายน งาน Biennale ครั้งนี้มีคอนเทนต์ให้เสพอย่างจุใจ แต่ถ้าคุณอยากคิวเรตเส้นทางชมของตัวเอง เราคัดรายชื่อศิลปินหญิงที่ไม่ควรพลาดมาให้แล้ว เลื่อนอ่านต่อเพื่อคู่มือฉบับจำเป็นของคุณ
, ผลงานชุดนี้มีวิสัยทัศน์ล้ำหน้า หยิบยกประเด็นการลดลงของภาวะเจริญพันธุ์ในผู้ชายทั่วโลกที่ถูกบันทึกและพูดถึงอย่างกว้างขวางมาขยายความ นิทรรศการสำรวจว่าจุดตัดของวิทยาศาสตร์ จินตนาการ และสื่อลามก ตอบสนองต่อผลวิจัยที่ชี้ว่าการเสพสื่อเร้าอารมณ์แบบเสมือนจริงอาจช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของอสุจิได้อย่างไร จึงตั้งคำถามถึงบทบาทสุดย้อนแย้งของสื่อร่วมสมัย ที่เป็นได้ทั้งพิษและยารักษาในคราวเดียวกัน
. ผลงานหลายชิ้นจากครั้งนั้นจะกลับมาจัดแสดงอีกครั้ง เคียงคู่กับชิ้นใหม่ที่ยังไม่เคยเผยโฉมที่ไหนมาก่อน และสร้างขึ้นเพื่อโชว์นี้โดยเฉพาะ เตรียมพบกับผืนผ้าใบขนาดยักษ์ในความงามอันน่าพรั่นพรึง พร้อมด้วยภาพระยะใกล้ที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกสัมผัส
(ผู้ล้างแค้นให้บิดาด้วยการสังหารมารดาและคนรักของนาง) ขึ้นใหม่ในบริบทร่วมสมัย เพื่อตั้งคำถามว่าเรามองความรับผิดชอบ และประสบการณ์ของผู้หญิงต่อความรุนแรงแบบปิตาธิปไตยในปัจจุบันอย่างไร รับรองว่าเป็นงานที่กระทบใจอย่างลึกซึ้ง
. นิทรรศการนี้โฟกัสที่การขยับมุมมองผ่านความหวังและความเชื่อ ชี้ให้เห็นว่าแม้ในห้วงเวลาไม่มั่นคง การเปลี่ยนวิธีคิดก็ยังเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ได้อย่างชัดเจน ซึ่งยิ่งรู้สึกตรงกับปัจจุบัน “เรากำลังยืนอยู่ตรงธรณีของยุคสมัยใหม่ ในช่วงเวลาแบบนี้ จินตนาการและสัญชาตญาณมีศักยภาพจะพาเราไปข้างหน้า ให้ทิศทางว่าเราอาจกำลังมุ่งไปที่ใด” Sigurðardóttir กล่าว
นี่คืองานที่ใหญ่และทะเยอทะยานที่สุดของ Tontey จนถึงตอนนี้
, ที่เปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงให้กลายเป็นสตูดิโอเปิดโล่ง ให้ผู้ชมได้เห็นกระบวนการกำเนิดผลงานไปพร้อมกัน นี่คืองานร่วมสมัยที่เบลอเส้นแบ่งระหว่างจิตรกรรมและเพอร์ฟอร์แมนซ์ได้อย่างเฉียบคม
ผลงานของ Whyte สะท้อนแนวคิดที่ว่าระบบทั้งหลายจะแข็งแกร่งขึ้นผ่านความปั่นป่วนและความไม่มั่นคง ซึ่งบังคับให้ต้องปรับตัว เธอหยิบความตึงเครียด ความเปราะบาง และความผิดพลาด—สิ่งที่มักถูกมองว่าเป็นด้านลบ—มาใช้เป็นพลังสร้างสรรค์ แทนที่จะพยายามขจัดความโกลาหล เธอเลือกทำงานร่วมกับมัน จนกลายเป็นรูปแบบการต่อต้านที่ทรงพลัง ด้วยการนำสิ่งทอไปผสานกับเทคโนโลยีตกยุคเพื่อสร้างแรงเสียดสีอย่างเข้มข้น และชวนคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะและปรัชญา
, ที่จัดวางผลงานของเธอให้สนทนากับมาสเตอร์พีซยุคเรอเนซองส์ เช่น การนำภาพถ่าย “Pietà (with Ulay)” ของเธอมาวางเคียงกับผลงานชิ้นสุดท้ายของ Titian อย่าง “Pietà (1575-76)”



















