เมื่อไหร่เราจะเลิกควบคุม ‘ทรงผม’ ของนักกีฬาผิวดำสักที?
Olivia Miles และ Coco Gauff คือเหยื่อรายล่าสุดของคอมเมนต์เรื่อง “ผมสวย–ผมไม่สวย” ที่พุ่งเป้าใส่คนผิวดำ และมันกำลังฉุดรั้งทั้งคอมมูนิตี้ของเราเอาไว้
ตลอดเดือนที่ผ่านมา วงการกีฬาผู้หญิงเต็มไปด้วยชัยชนะและโมเมนต์ประวัติศาสตร์แบบแน่นเอี๊ยด โดยมีบาสเกตบอลที่กลายเป็นพาดหัวข่าวต่อเนื่อง ทั้งสัญญาค่าตัวทำลายสถิติ การเปิดตัวรองเท้าซิกเนเจอร์ และเส้นทางล่าแชมป์ NCAA ที่น่าจดจำของ UCLA ซึ่งทั้งหมดไปลงล็อกในค่ำคืนดราฟต์ที่ตื่นเต้นที่สุดครั้งหนึ่งของWNBAในรอบหลายปีที่ผ่านมา
เหล่าดราฟต์คลาสที่อัดแน่นไปด้วยดาวเด่นยกทัพมาที่นิวยอร์กเพื่อเริ่มต้นก้าวแรกในอาชีพค้าแข้งของตัวเอง ค่ำคืนที่ควรจะมีแต่ความสุขล้นกลับถูกทำให้หม่นลงเล็กน้อยด้วยมุมมองของชาวเน็ตต่อคำว่า “ผมสวย”
Olivia Milesถูกเลือกเป็นอันดับสองของดราฟต์ เปิดฉากเส้นทาง WNBA กับทีม Minnesota Lynx พรมแดงงาน WNBA Draft ถือเป็นหนึ่งในโมเมนต์แฟชั่นสำคัญของบาสเกตบอลหญิง และในฐานะหนึ่งในชื่อที่ร้อนแรงที่สุดของระดับมหาวิทยาลัย ทุกสายตาจึงจับจ้องมาที่เธอ ลุคตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าถูกจัดแต่งอย่างประณีตให้สะท้อนและอัปเลเวลสไตล์เฉพาะตัวในคืนนั้น แต่บทสนทนาที่โหมกระหน่ำรอบตัว Miles กลับไม่ได้โฟกัสที่ชุด หรือแม้แต่ลำดับดราฟต์ของเธอ ผมของเธอต่างหากที่กลายเป็นจุดสนใจของวงการบาสตั้งแต่ก้าวขึ้นเวที
ชมโพสต์นี้บน Instagram
Miles เลือกใส่ผมธรรมชาติทรงอาฟโฟรไปร่วมงานดราฟต์ ตอนต้นงานผมของเธอถูกเก็บเรียบเล็กน้อย แต่พอเปลี่ยนลุค เธอตัดสินใจปล่อย “มงกุฎ” ธรรมชาติให้เฉิดฉายเต็มที่ขณะก้าวขึ้นเวทีรับหมวกทีม Lynx
การตัดสินใจนั้นดูเหมือนจะขัดใจใครหลายคน ในฐานะชุมชน ความสัมพันธ์ของคนผิวดำกับเส้นผมของตัวเองเป็นเรื่องซับซ้อน กระแส natural hair ในยุค 2010s เคยจุดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมต่อมุมมองที่คนผิวดำและสังคมวงกว้างมีต่อผมของคนผิวดำ แต่ขบวนการนี้ก็ยังฝังรากอยู่กับแนวคิดแบ่งแยกตามลักษณะเส้นผมและการต้องทำตัว “ให้ดูน่าเคารพ” ในสายตาสังคมเดิม
ความเชื่อฝังลึกว่าลอนผมที่คลายกว่าจะสวยกว่า และเกลียวที่แน่นต้องถูก “จัดระเบียบ” และปรับแต่ง นั่นแหละที่ทำให้เกิดคอมเมนต์ไม่จำเป็นอย่างที่ Miles ต้องเจอหลายวันติด กระทู้บนโซเชียลมีเดียมากมายนับไม่ถ้วนถกเถียงกันว่าทรงผมของ Miles เหมาะสมกับค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืนหนึ่งในอาชีพของเธอหรือไม่ บางคนถึงขั้นเสนอทรงที่ตัวเองมองว่า “ผ่านเกณฑ์” มาให้เลยด้วยซ้ำ
ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ Miles จะขึ้นเวทีพร้อมผมอาฟโฟรสไตล์ Type 4 ของเธอนักเทนนิสระดับซูเปอร์สตาร์อย่างCoco Gauffก็ถูกปฏิบัติกับเรื่องผมในลักษณะคล้ายกันระหว่างร่วมงานMiu Miu แคมเปญขนาดเล็ก ผมของเธอถูกรวบเกล้ามวยต่ำแบบเรียบง่าย เข้ากับสไตล์มินิมัลของเสื้อผ้าและภาพรวมของแคมเปญอย่างลงตัว
ชมโพสต์นี้บน Instagram
บางคนบอกว่าเธอดูเหมือนบุคคลในยุคต่อสู้สิทธิพลเมือง ขณะที่บางคนโจมตีทิศทางงานอาร์ตของ Miu Miu อย่างหนัก ทั้งที่ในความเป็นจริง ผมของ Gauff ก็เหมือนผมของผู้หญิงผิวดำอีกจำนวนมาก และนั่นไม่ใช่เรื่องผิดตรงไหนเลย
ภาพของผมคนผิวดำที่สังคมมองว่ายอมรับได้ไม่ควรถูกจำกัดแค่การหนีบตรงเนี้ยบ ขอบผม baby hair เรียงเส้น และวิกผมเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงนักกีฬา จริงอยู่ว่ามีนักกีฬา WNBA จำนวนไม่น้อยที่ใส่วิกหรือต่อผมตลอดทั้งฤดูกาล แต่สำหรับผู้เล่นอีกมากมายทั้งระดับอาชีพและสมัครเล่น นั่นไม่ใช่ทรงที่ทำให้พวกเธอรู้สึกสบายตัวที่สุดในสนามเลย
การล้อเลียน Miles ที่ไม่ยอมติดวิกในคืนสำคัญเหมือนเพื่อนร่วมรุ่น หรือวิจารณ์ Gauff ที่ไม่ใช้เจลให้มวยผมเรียบกริบ สะท้อนให้เห็นชัดว่า natural hair movement ยังมีเส้นทางต้องเดินต่ออีกไกล ทั้งสองต่างออกมาพูดถึงประเด็นนี้ โดย Miles เพิ่มข้อความสั้น ๆ ท้ายแคปชันโพสต์คืนดราฟต์ว่า “ถึงผู้หญิงผิวดำที่มีผมธรรมชาติแบบฉัน… จงเป็นตัวของตัวเองและเป็นอิสระ ความงามที่ผมของเรามอบให้นั้นช่างไม่เหมือนใคร และเป็นส่วนสำคัญของตัวตนเรา”
แล้วจากนี้เราควรเดินไปทางไหนต่อ? กระแสย้อนศรถอยหลังที่ทั้งสองคนต้องเจอชวนให้นึกถึงกระแสวิจารณ์ต่อผมของนักยิมนาสติกระดับตำนานอย่าง Gabby Douglas และ Simone Biles ในช่วงโอลิมปิกของแต่ละคน สังคมตั้งความคาดหวังที่ไม่เป็นจริงให้กับนักกีฬาผิวดำ ว่าต้องมีผมเนี้ยบกริบเหมือนหญิงสาวที่ไม่ได้เหงื่อท่วมและใช้งานร่างกายสุดขีดตลอด 24/7 ถ้าผู้หญิงผิวดำที่แค่ไปฟิตเนสเป็นประจำยังแทบรักษาผมหนีบตรงหรือทรงถักป้องกันผมเสียไว้ไม่ได้ ลองนึกดูว่ามันจะยากแค่ไหนสำหรับนักกีฬาอาชีพ
นักกีฬาผิวขาวมักถูกเห็นในลุคมวยผมหลวม ๆ หรือผมดูยุ่งเป็นธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง แต่พอเป็นนักกีฬาผิวดำทำทรงคล้าย ๆ กัน กลับถูกมองว่าเป็นปัญหาและกลายเป็นภาพสะท้อนด้านลบต่อผู้หญิงผิวดำทั้งหมด ความรู้สึกต่อต้านผมคนผิวดำที่ฝังลึกอยู่ภายในยังต้องได้รับการคลี่คลายทั้งชุมชน แต่กว่ากระบวนการนี้จะเกิดขึ้นจริง จะยังมีผู้หญิงอีกกี่คนที่ต้องเผชิญการปฏิบัติแบบนี้ต่อไป
Gauff สรุปทุกอย่างได้เฉียบที่สุดในวิดีโอแถลงการณ์ที่เธอโพสต์ก่อนพักการใช้โซเชียลมีเดียว่า “ฉันจะไม่ขอโทษที่ผมของฉันเป็นแบบนี้ เพราะยังมีเด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่มีผมแบบเดียวกับฉัน ผมของฉันดีพอสำหรับแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์อย่าง Miu Miu ถ้าผมของฉันดีพอสำหรับตรงนั้น ผมของคุณก็ดีพอเหมือนกัน”
วาทกรรมต่อต้านคนผิวดำที่พุ่งใส่ Miles และ Gauff รวมถึง Douglas, Biles และนักกีฬาอีกนับไม่ถ้วนก่อนหน้า มาจากการกดทับและปรับเปลี่ยนเส้นผมให้เข้ากับมาตรฐานความงามที่ไม่เคยถูกออกแบบมาเพื่อผู้หญิงผิวดำเลยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ต่อให้ใช้เจลหลายชั้น ดัดยืดผม หรือใส่วิก lace ที่แนบเนียนที่สุด ผู้หญิงผิวดำก็ยังถูกผลักให้อยู่ชายขอบของความงามกระแสหลักอยู่ดี วิธีการเหล่านี้แค่ทำให้บทสนทนาซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อพวกเธอเลือกจะปฏิเสธสไตล์เหล่านั้น
ผมของผู้หญิงผิวดำถูกควบคุมตรวจตราอย่างหนักหน่วงมานานหลายชั่วอายุคน ทั้งจากสังคมตะวันตกและจากชุมชนของตัวเอง หลายคนเคยคิดว่า วงจรนี้จบลงแล้วพร้อมกับกระแส natural hair แต่ในความจริง การควบคุมนั้นแค่เปลี่ยนรูปแบบให้ทันยุคสมัย ถ้อยคำและวลีที่ฟังดูสวยหรูมารับช่วงแทนการยืดผมเด็กตั้งแต่อายุน้อย ๆ เพื่อให้ “จัดทรงง่าย” เจลและมูสเข้ามาแทนที่หวีร้อนในรูทีนผมประจำวัน
เราโชคดีที่ได้อยู่ในยุคที่ผู้หญิงผิวดำในวงการกีฬากำลังรุ่งสุดขีด มอบภาพตัวแทนบนเวทีที่เมื่อ 20 ปีก่อนไม่อาจจินตนาการได้เลย และภาพตัวแทนนั้นไม่จำเป็นต้องหน้าตาเหมือนกันทั้งหมด มันอาจมาในรูปแบบวิกผมสีชมพูจัดยาว 30 นิ้ว ผมถักเปียแบบ knotless หรืออาฟโฟรก็ได้ทั้งนั้น
แทนที่จะมัวออกกฎว่าผมของนักกีฬาเหล่านี้ควรหรือไม่ควรเป็นอย่างไร—ราวกับว่าสาธารณชนมีอำนาจขนาดนั้น—พลังของเราควรถูกใช้เพื่อเฉลิมฉลองผู้หญิงที่กำลังปูทางให้กับคนรุ่นใหม่ของดาวเด่น WNBA และเจ้าของเหรียญโอลิมปิกมากกว่า ผมของคนผิวดำทุกรูปแบบล้วนเป็น “good hair” และถึงเวลาที่เราต้องหยุดปล่อยให้มาตรฐานความงามคร่ำครึมาบิดเบือนมุมมองนี้เสียที



















