เมื่อJade Rose เข้ามาร่วมทีมกับ Manchester City Women ตั้งแต่เปิดฤดูกาล เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะก้าวไปคว้าแชมป์ Women’s Super League ได้สำเร็จ พร้อมปิดฉาก Chelsea ที่ครองความยิ่งใหญ่ในลีกมายาวนาน ด้วยฟอร์มสุดโดดเด่นของตัวเอง กองหลังวัย 23 ปีรายนี้ก็กลายเป็นที่จับตาทั่วอังกฤษตั้งแต่ปีอาชีพปีแรกของเธอเลยทีเดียว
จากการเติบโตในเมืองอย่าง Toronto ไปสู่ Boston และตอนนี้ที่ Manchester, Rose คือคนที่เปล่งประกายในทุกทีมที่เธอเคยลงเล่นให้ กลายเป็นตัวหลักของทีมชาติ Canada ไปพร้อม ๆ กับการเล่นให้หนึ่งในสโมสรฟุตบอลหญิงที่แกร่งที่สุดในยุโรป เรื่องราวของเธอเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เพราะมากกว่าสถานะนักฟุตบอล Rose ยังเป็นตัวกลางเชื่อมโลกแฟชั่น บิวตี้ และกีฬาเข้าด้วยกัน ดันเซนส์สไตล์ของตัวเองสู่ WSL ผ่านเล็บสุดเนี้ยบและเสื้อผ้าชุดเข้าชุดสุดเปรี้ยวของเธอเอง
เพื่อฉลองแชมป์ WSL สุดประวัติศาสตร์ ทีมจึงเตรียมสังสรรค์กันแบบจัดเต็มในงาน Homecoming ปาร์ตี้เย็นวันอาทิตย์นี้ ดึงชุมชนแฟน ๆ ชาว Manchester ให้มาร่วมระลึกถึงซีซันสุดพิเศษ และถ้าต้องเลือกใครสักคนเป็นเพื่อนปาร์ตี้คืนนั้น เราขอยกให้ Rose แบบไม่ต้องคิดมาก
เราได้คุยกับแข้งดาวรุ่งดวงใหม่เกี่ยวกับฤดูกาลเปิดตัว ซีนแฟชั่นใน Manchester และเป้าหมายของเธอในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เลื่อนต่อเพื่ออ่านบทสัมภาษณ์เต็ม ๆ กันได้เลย
นี่เป็นฤดูกาลอาชีพปีแรกของคุณ และมันคือปีที่น่าจดจำมาก ๆ ตอนเปิดฤดูกาลคุณตั้งเป้าอะไรไว้บ้าง และเป้าหมายนั้นเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
ตอนเข้ามาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ฉันบอกตัวเองเลยว่าอยากคว้าชัยทุกรายการที่ทีมลงแข่ง แล้วพอตลอดทั้งซีซัน เป้าหมายของฉันก็ชัดขึ้น ละเอียดขึ้น เราไม่มีทางรู้เรื่องชีวิตนักฟุตบอลอาชีพจริง ๆ จนกว่าจะได้ลงไปอยู่ในสถานการณ์นั้นเอง และพอเป็นแบบนั้น เป้าหมายก็ต้องขยับและถูกปรับให้สอดรับกับบทบาทและจุดที่เรากำลังยืนอยู่ในทีมอย่างเลี่ยงไม่ได้
ถ้าย้อนกลับไปช่วงต้นฤดูกาล อย่างตอนที่ฉันได้ออกสตาร์ตในเกมเจอ Chelsea จากนั้นฉันก็ถูกดร็อปจากไลน์อัปไปสองสามเกม การต้องต่อสู้จริงจังเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงและยืนระยะใน 11 คนแรก รวมถึงยึดพื้นที่ของตัวเองในทีมชุดนี้ กลายเป็นเป้าหมายใหญ่มากของฉัน จริง ๆ มันเป็นเป้าหมายอยู่แล้ว แต่หลังจากเกมกับ Chelsea มันยิ่งชัดมากว่าฉันต้องสู้แค่ไหนกว่าจะได้ยืนใน 11 คนแรก สำหรับฉันเลยกลายเป็นเป้าหมายรายวัน ว่าต้องโผล่มาซ้อมทุกวัน ทุ่มเต็มร้อย และห้ามผ่อนแรงลงเลย
อะไรทำให้คุณตัดสินใจเลือกมาอยู่กับ Manchester City
ฉันว่ามันมีหลายปัจจัยประกอบกันนะ หนึ่งเลยคือฉันอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แข่งขันสูงจริง ๆ ฉันไม่อยากไปอยู่ที่ไหนแล้วเดินชิล ๆ เข้าทีมตัวจริงได้เลย ฉันอยากต้องต่อสู้เพื่อมัน อยากได้การแข่งขันในทุกวันในการซ้อม อยากรายล้อมไปด้วยผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลก และได้ดวลกับคนที่เก่งที่สุดในโลก ซึ่งฉันคิดว่าสภาพแวดล้อมของเรา โดยเฉพาะตอนซ้อมทุกวัน ตอบโจทย์นั้นหมด พอได้มาเยือน Manchester และได้คุยกับสตาฟที่นี่ มันให้ความรู้สึกเหมือน “บ้าน” จริง ๆ สุดท้ายก็เลยกลายเป็นการตัดสินใจที่ทำด้วยหัวใจ มากกว่าจะใช้เหตุผลล้วน ๆ
ตอนนี้คุณกลายเป็นตัวจริงขาประจำใน WSL ไปแล้ว รู้สึกอย่างไรกับการได้เล่นบทบาทสำคัญขนาดนี้ตั้งแต่ต้นทางอาชีพ
พูดตามตรง ฉันไม่ค่อยคิดถึงมันในมุมนั้นเท่าไหร่ ถ้าจะให้พูด ก็คงบอกได้ว่ามันเป็นเกียรติมากที่ได้เล่นในลีกที่แข็งแกร่งขนาดนี้ รายล้อมไปด้วยนักเตะสุดโหดอย่างที่ฉันบอกไปแล้ว การมีพื้นที่ของตัวเองทั้งใน 11 คนแรก และในขุมกำลังทั้งหมดของทีม เป็นตำแหน่งที่พิเศษมากสำหรับฉัน พอมองย้อนกลับไปหาตัวเองตอนเด็ก ๆ และเห็นทุกอย่างที่ฉันทุ่มเทมาตลอดเส้นทาง จนมาถึงจุดนี้ได้ มันยิ่งพิเศษเข้าไปใหญ่ และอย่างที่คุณบอก นี่เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นอาชีพ ยังมีอะไรอีกเยอะรออยู่ ฉันแฮปปี้กับจุดสตาร์ตตอนนี้มาก แต่ก็ยิ่งตื่นเต้นกับทุกฤดูกาลข้างหน้าที่กำลังจะมา
อะไรคือสิ่งที่คุณชอบที่สุดเกี่ยวกับสโมสรนี้
คือ “คน” นี่แหละ ตอนเปลี่ยนผ่านจากระดับมหาวิทยาลัยสู่อาชีพ เรามักได้ยินเรื่องน่ากลัวเกี่ยวกับทีมที่บรรยากาศไม่ดี คนแบ่งพวกกันอะไรแบบนั้น แต่ City ห่างไกลจากภาพนั้นมาก ๆ สำหรับฉันคือชัดเลยว่าคนคือสิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษ
สไตล์การแต่งตัวของคุณถือว่าเป็นตัวท็อปในลีก มองซีนแฟชั่นใน Manchester เทียบกับ Boston ยังไงบ้าง
ต่างกันมากแน่นอน Boston จะค่อนข้างเป็นลุค New England ชายฝั่งทะเล ส่วน Manchester จะคล้าย ๆ กับ Toronto บ้านเกิดของฉัน ที่มีความหลากหลายของสไตล์แบบกว้างมาก ฉันว่ามันเท่มากนะ เวลาแค่อยู่ในเมือง หรือแค่ไปนั่งร้านกาแฟ แล้วได้เห็นคนเดินผ่านไปมาด้วยสไตล์ที่ต่างกันหมด ฉันดึงดูดกับความหลากหลายแบบนั้นมาก เพราะมันช่วยให้ฉันต่อยอดสไตล์ส่วนตัวของตัวเองด้วย ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น หรือเจอชิ้นที่ทำให้รู้สึกสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งใน Boston จะไม่ค่อยมีโมเมนต์แบบนั้นเท่าไหร่ เพราะสไตล์โดยรวมจะค่อนข้างเป็นแนวเดียวกัน มันเลยทำให้ที่นี่รู้สึกตื่นเต้นมาก
คุณชอบแสดงตัวตนและสไตล์ของตัวเองในสนามยังไงบ้าง
ฉันจะทำเล็บบ่อยมาก แล้วก็เลือกดีไซน์ที่สนุก แปลกตาหน่อย ฉันว่ามันเป็นวิธีเล่นสนุกกับการแสดงตัวตนเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเรา และดึงแฟชั่นที่ฉันรักมากจากนอกสนาม เข้ามาอยู่ในสนามด้วย แน่นอนว่ามันยากนิดนึงเพราะเราต้องใส่ยูนิฟอร์มเหมือนกันหมด แต่เล็บนี่แหละที่ทำให้ฉันรู้สึกว่ายังมีตัวตนของฉันเองแทรกอยู่ในนั้น
ถ้าไม่นับตัวคุณเอง ใครคือผู้เล่นที่แต่งตัวปังที่สุดในทีม
คำถามนี้ตอบแล้วมีสิทธิ์งานเข้าเลยนะ (หัวเราะ) แต่ถ้าให้เลือก ฉันขอให้สามคนแล้วกัน ฉันว่า Ayaka Yamashita มีไอเท็มเท่มาก เธอใส่เสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากญี่ปุ่นเยอะ ซึ่งฉันว่าคูลสุด ๆ แล้วก็มี Grace Clinton กับ Alex Greenwood ที่ฉันว่ามีสไตล์เจ๋งมากเหมือนกัน
ในเมื่อฤดูกาลแรกของคุณใน WSL กำลังจะปิดฉากอีกไม่นาน คุณคิดว่าภาพอีกห้าปีข้างหน้าของตัวเองจะเป็นยังไงบ้าง
ฉันอยากต่อยอดจากฤดูกาลนี้ออกไปเรื่อย ๆ พอถอยออกมามองภาพกว้าง นี่มันแค่ก้อนหินหนึ่งก้อน หรือหนึ่งก้าวเล็ก ๆ ในเส้นทางอาชีพทั้งหมดของฉันเองด้วยซ้ำ โดยเฉพาะพอมองไปยังฤดูกาลหน้า ที่เราจะได้เล่น Champions League นั่นจะเป็นชุดความท้าทายใหม่ทั้งหมด และการได้แข่งกับสโมสรอื่นในยุโรป บนเวทีที่ใหญ่กว่าสิ่งที่ฉันเจอมาในปีนี้ คือสิ่งที่ฉันตั้งตารอมาก ๆ อยู่ตอนนี้



