POSTER GIRL x OnlyFans แซ่บทะลุกฎเก่า เซ็กซี่แบบไม่ต้องขออนุญาตใคร
“เส้นแบ่งระหว่างครีเอเตอร์ ผู้ชม มิวส์ ลูกค้า ทุกอย่างกำลังหลอมรวมเป็นอย่างเดียวกัน ในมุมครีเอทีฟ นี่น่าสนใจกว่าภาพแฟชั่นที่ถูกเก็บอยู่หลังประตูปิดตาย แตะต้องไม่ได้เยอะมาก”
POSTER GIRL ยืนหนึ่งเรื่องทำทุกอย่างในแบบของตัวเองและตามกติกาที่ตัวเองตั้งเสมอ ผู้ก่อตั้งFrancesca Capper และ Natasha Somerville ได้โคจรมาพบกันที่ London‘s Central Saint Martins ก่อนจะลับคมฝีมือในเมซงแฟชั่นระดับตำนานหลายแห่ง จนปี 2017 ทั้งคู่ตัดสินใจหลอมรวมประสบการณ์ทั้งหมดมาปั้นเป็น POSTER GIRL แบรนด์หญิงสไตล์จัดที่ยืนอยู่บนโครงชุดรัดรูปสุดสลักเสลา และทัศนคติแบบรีโทรสุดจัดจ้าน จนมีกลุ่มแฟนเหนียวแน่นเป็นเหล่าไอคอนสายแซ่บมั่นที่เฉลิมฉลองเซ็กซ์อะพีลของตัวเองโดยไม่ต้องขออนุญาตใครทั้งนั้น
ตอนนี้ด้วยการจับมือกับ OnlyFans, พวกเธอกำลังพาอัตลักษณ์นั้นไปไกลกว่าเดิมผ่านคอลเล็กชันแคปซูลลาเท็กซ์เอ็กซ์คลูซีฟ เรานัดคุยกับสองผู้ก่อตั้งถึงเรื่องอิสระ การทุบกรอบอุตสาหกรรม และทำไม OnlyFans ถึงกลายเป็นบ้านที่ลงตัวที่สุดของแบรนด์ที่ไม่เคยต้องรอคำอนุญาตจากใคร
เลื่อนอ่านต่อเพื่อสัมผัส บทสัมภาษณ์แบบเต็ม ๆ.
คุณเคยบอกว่าคอลแลบครั้งนี้พูดถึง “Autonomy, self-possession, no intermediaries” การกำหนดชีวิตเอง ครอบครองตัวตนเอง และไม่มีคนกลาง แล้วแก่นความคิดของ OnlyFans เชื่อมโยงกับของคุณอย่างไรบ้าง?
OnlyFans ตัดคนกลางออกจากสมการ แล้วปล่อยให้ครีเอเตอร์เป็นคนกำหนดเองทั้งหมดว่าจะพรีเซนต์ตัวเองอย่างไร เล่าอะไร แชร์คอนเทนต์แบบไหน และจะเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้เป็นรายได้อย่างไร สำหรับเรา นั่นคือพลังและความก้าวหน้าที่จับต้องได้จริง ๆ
ปรัชญาแบบนี้ใน POSTER GIRL เริ่มต้นจากไหน? คุณพูดถึงเรื่องผู้หญิงยึดอำนาจการควบคุมภาพลักษณ์ของตัวเองไว้เสมอ ช่วยเล่าให้ละเอียดกว่านี้หน่อย
สำหรับเรา แก่นมันง่ายมาก: ผู้หญิงต้องเป็นคนคุมเกม สนุกกับชีวิต และดูฮอตในแบบที่ตัวเองกำหนด
POSTER GIRL เกิดจากไอเดียที่ว่า คุณจะกลัมเมอรัส แต่งเปรี้ยว แสบ ซ่าส์ โอเวอร์เดอะท็อปแค่ไหนก็ได้…ขอแค่คุณเป็นคนออกคำสั่งเองทั้งหมด ไม่มีใครคนอื่นมีสิทธิ์มาเขียนเรื่องราวแทนคุณ
ในอดีต แฟชั่นถูกปิดประตูคุมเกมโดยอำนาจแบบเฉพาะกลุ่มมาตลอด การได้สร้างอะไรที่ตั้งใจจะรื้อระบบแบบนั้น มันให้ความรู้สึกยังไงบ้าง?
เรารู้สึกเบื่อกับสูตรสำเร็จความสำเร็จในแฟชั่นแบบเดิม ๆ ที่ถูกยัดเยียดใส่หัวไม่หยุดตอนเราเรียนที่ Central Saint Martins สมัยนั้นทุกอย่างตั้งอยู่บนความคิดว่าคุณต้องผ่านแพลตฟอร์ม “ซัพพอร์ต” บางแบบ ห้ามมีออนไลน์สโตร์ ทุ่มทุกอย่างให้กับการขายส่ง และออกแบบเสื้อผ้าให้ได้แค่หุ่นไม่กี่ไซส์เท่านั้น ตอนนั้นก็ยังรู้สึกว่ามันเชยแล้ว แต่ทุกวันนี้คือโบราณไปเลย
ทุกวันนี้วัฒนธรรมไหลจากอินเทอร์เน็ตออกไปสู่โลกจริง คนค้นพบแบรนด์เล็ก ๆ และดีไซเนอร์อินดี้จากอัลกอริทึม มากกว่าจากการจัดวางในห้าง รุ่นที่เคยถูกมองว่า “เซ็กซี่เกินไป” หรือไม่ใช่หน้าตาแบบนางแบบคลาสสิก กลายมาเป็นคนที่ยืนฟรอนต์แคมเปญและเดินรันเวย์กันทั้งนั้น เรารู้สึกว่าพอเราเลือกจะทลายธรรมเนียมเพราะอึดอัดกับแรงกดทับในอุตสาหกรรม มันก็กลายเป็นการเปิดจักรวาลใหม่ให้เราไปด้วยเลย
ลาเท็กซ์เป็นวัสดุที่ตีความได้หลายชั้นมาก สำหรับคุณแล้วมันมีความหมายยังไงในฐานะซิกเนเจอร์ของแบรนด์? แล้วในฐานะวัสดุที่คุณยิ่งทดลองใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ ล่ะ?
จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ลาเท็กซ์คือวัสดุที่เราเล่นด้วยมานานกว่า 15 ปีแล้ว เราหมกมุ่นกับมันมาตลอด เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้มันยูนีกกว่าวัสดุอื่นแบบเทียบไม่ติด มันเป็นผืนผ้าที่มาจากธรรมชาติล้วน ๆ ทำจากยางไม้ แต่กลับดูสังเคราะห์จนเกือบเหมือนอะไรที่ AI สร้างขึ้น ให้ความรู้สึกต่างจากทุกอย่างรอบตัว และวิธีทำก็เฉพาะทางมาก ผู้ผลิตลาเท็กซ์จริง ๆ มีน้อยมาก แถมมันยังพ่วงจินตนาการโลกแฟนตาซีเข้ามา เพราะถูกเฟติชไซส์อย่างชัดเจนในซับคัลเจอร์ทางเพศต่าง ๆ
มองในมุมคอมเมอร์เชียล คนจะรีแอ็กต์กับมันทันที สัมผัสและเนื้อวัสดุมันน่าพอใจมาก ๆ แล้วพอคุณเลิกกลัวที่จะลอง คุณจะติดใจจนหมกมุ่นเหมือนเราเลย! ในเชิงครีเอทีฟมันก็เป็นวัสดุที่น่าตื่นเต้นสุด ๆ เพราะยังมีอีกหลายทางให้ดันมันไปต่อได้ เราลองเล่นกับความโปร่ง สี สัมผัส และโครงสร้างอยู่ตลอด สำหรับเรา มันยังรู้สึกใหม่อยู่เสมอ
การแชร์เบื้องหลังโปรเซสสร้างสรรค์ลงบน OnlyFans ดูเป็นพื้นที่ที่เปราะบางสำหรับแบรนด์ไม่น้อย อะไรทำให้คุณรู้สึกมั่นใจพอจะเปิดประตูบานนั้น?
เรามองเห็นเส้นขนานระหว่างวิธีที่ OnlyFans และ POSTER GIRL พูดถึงความเป็นผู้หญิง ซึ่งตั้งอยู่บนแกนของความเป็นอิสระและการครอบครองตัวตนเองเป็นหลัก ทั้งคู่เน้นให้ผู้หญิงคุมเกมภาพลักษณ์และธุรกิจของตัวเอง โดยไม่ต้องมีตัวกลางเข้ามาแทรก
แฟน ๆ ของเราชอบมากเวลาได้เห็นคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟเพิ่มเติม หลายคนลืมไปแล้วว่าเราเป็นแบรนด์ที่ตั้งอยู่ใน London และชิ้นลาเท็กซ์ทุกชิ้นถูกทำในสตูดิโอของเราเอง และเอาตรง ๆ คนเบื่อความเฟกที่ฉาบเงากันแล้ว ทุกคนอยากเห็นโลกเบื้องหลังจริง ๆ ไม่ใช่แค่ “โปสเตอร์” ใบสุดท้าย นั่นแหละคือเหตุผลที่ OnlyFans เป็นพาร์ตเนอร์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับเราตอนนี้ OnlyFans ให้ครีเอเตอร์คุมคอนเทนต์ของตัวเองเต็มที่ ในขณะที่แฟน ๆ ก็ได้เข้าถึงสิ่งที่พิเศษแบบที่ที่อื่นไม่มี มันเป็นสเปซที่เราสามารถเปิดม่านให้ดูโปรเซสสร้างสรรค์ของเรา และเชื่อมต่อกับแฟน ๆ ได้โดยตรงในระดับที่ใกล้ชิดขึ้น ซึ่งเราชอบมาก
การที่แฟชั่นเริ่มกระจายศูนย์ อำนาจย้ายมาอยู่ที่ครีเอเตอร์ที่สื่อสารตรงกับผู้ชม… คุณคิดว่าอีกสิบปีข้างหน้ามันจะไปจบตรงไหน? โมเดลดั้งเดิมจะยังอยู่รอดไหม?
เราคิดว่าทุกอย่างจะยังคงแปรรูปและปรับตัวต่อไปตามเทคโนโลยีและบริบทโลกที่เปลี่ยนไป แค่มองย้อนกลับไป 5 ปีที่ผ่านมาว่าตลาดผู้บริโภคกับการเข้าถึงแบรนด์นิชโตไปขนาดไหนก็น่าเหลือเชื่อแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างเปิดกว้างมากขึ้นจริง ๆ เส้นแบ่งระหว่างครีเอเตอร์ ผู้ชม มิวส์ ลูกค้า มันเริ่มละลายเป็นเนื้อเดียวกัน และในแง่ความคิดสร้างสรรค์ นั่นน่าตื่นเต้นกว่าภาพเดิม ๆ ของแฟชั่นที่ถูกขังอยู่หลังประตูปิดตายเยอะมาก



















